“พลพล” รวมพี่น้องร่วมค่ายเล่น MV หล่อแค่ไหนถามใจเธอดู!!

หนุ่มเสียงนุ่ม กลับมาแล้ว “พลพล พลกองเส็ง” กลับมาทั้งทีเลยจัดชุดใหญ่ชวน 4 หนุ่มหล่อ โบ๊ท The Yers / เชา COCKTAIL / แอร์ The Mousses / โจอี้ PARADOX นักดนตรีครอบครัวจีนี่ฯ มาเล่นเอ็มวีเพลงใหม่ “หล่อเลย”โดยเพลงนี้ โอม ค็อกเทล หยิบตัวตนของ พลพล ไปเขียน เนื้อร้อง-ทำนอง และเป็นโปรดิวเซอร์ให้ด้วย

ถือเป็นความแปลกใหม่จาก พลพล ที่แฟนเพลงจะได้สัมผัส ซึ่ง พลพล เล่าว่าตอนที่เริ่มคุยเพลงใหม่ พี่นิคบอกว่าจะให้ โอม วงค็อกเทล มาช่วยโปรดิวซ์ให้ พี่นิคอยากให้มีอะไรใหม่ ๆ ในงานใหม่ของเรา จริง ๆ ผมกับ โอม รู้จักกันอยู่แล้วเวลาอยู่ที่ค่ายก็จะคุยกันสนุกสนานทะลึ่งตึงตัง

น้องเค้าก็เลยหยิบมุมนี้ไปเขียนเพลงขึ้นมา เนื้อหาเพลงคือหลาย ๆ คนที่จีบหญิงแต่ไม่มีความหล่อ ไม่มีความสามารถ แต่เค้าอาจจะเป็นคนดีมีน้ำใจ แค่นั้นก็หล่อแล้ว โอมเลยเขียนเพลงนี้ให้ผมเป็นสื่อกลาง การทำงานก็ดีเลย เราโทรปรึกษากันตลอดเวลา การร้องเป็นฟิลของผมส่วนภาคดนตรี โอม เค้าดูแล

ถือว่าแตกต่างจากงานที่เคยทำมามาก ๆ เพราะประโยคในเนื้อเพลงแบบนี้ผมไม่เคยร้องมาก่อนมันเกือบจะแร๊พอยู่แล้วแต่พอร้องแล้วก็สนุกดี ไม่ได้ยากอย่างที่คิดมันก็ให้อารมณ์อีกแบบนึง เพลงนี้มีเสียงไวโอลินเพราะ ๆ จาก น้องแดน – คณิน อุดมมะระ มาเพิ่มความเป็นคันทรี่ร็อกอย่างที่ผมอยากได้ ส่วนไลน์กีตาร์ก็หนาขึ้น มีความร็อกขึ้น

มิวสิกวิดิโอเป็นเรื่องของผู้ชายคนนึงที่ไม่ได้หล่อมาก รับบทโดย น้องโอบ – โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ ไปตามจีบผู้หญิงคือ น้องมะปราง – อลิสา ขุนแขวง แต่จะโดนเมินตลอดเวลาเพราะหน้าตาและฝีมือร้องเพลงจีบหญิงเนี่ย..มันแย่มาก แต่แล้วก็ได้แก๊งค์นักดนตรีหนุ่มหล่อฝีมือดีที่คัดแล้วคัดอีกจากวงต่าง ๆ ในค่ายจีนี่ฯ

คือ โบ๊ท มือเบสวงเดอะเยอร์ , เชา มือกีต้าร์วงค็อกเทล , แอร์ นักร้องนำวงเดอะมูส , โจอี้ มือกลองวงพาราด็อกซ์ และ น้องแดน มือไวโอลิน อีกคน มาช่วยสอนเล่นสอนร้องจนทำเพลงลงยูทูปจีบสาวได้ในที่สุด ต้องขอบคุณทุกคนที่มาช่วยทำให้เอ็มวีเพลงนี้หล่อเหมือนชื่อเพลง แต่จะหล่อแค่ไหนต้องดูกัน ซึ่ง พลพลไม่ได้มีซิงเกิ้ลมานานแล้ว แฟนๆ พลพล รอฟังเพลง “หล่อเลย” พร้อมกัน ในวันพุธที่ 24 สิงหาคมนี้แน่นอน

เซ็กซี่อลัง “มาช่า” จับไมค์ชวนแดนซ์ EDM แซ่บเวอร์!

นอกจากจะกลับคืนจอในละครชุด “MELODIES OF LIFE ตอน ภาพลวงตา” โดย GMM Bravo แล้ว สาวสวยแซ่บเวอร์ “มาช่า วัฒนพานิช” ยังขอจับไมค์ร้องเพลงประกอบละครเองด้วย โดยการนำเพลง “ภาพลวงตา” เวอร์ชั่นเดิม ร้องโดย ดา เอ็นโดฟิน จากเพลงป๊อปร็อกเท่ๆ ที่คนคุ้นเคย “มาช่า” นำมาร้องคัฟเวอร์ในรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงในแนว EDM (Electronic Dance Music) กับค่าย Retrocity

ภายใต้สังกัด GMM โปรดิวซ์โดย “ว่านไฉ”  ซึ่งมาช่าตีความออกมาได้อย่าง เผ็ด ร้อน ลึกลับและสนุกสนาน พร้อมคงเอกลักษณ์เสียงร้องและสไตล์การร้องแบบ “มาช่า” ไว้ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังได้ผู้กำกับอย่าง “พรพงศ์ แซ่อึ้ง” มาช่วยทำให้ภาพมิวสิควีดีโอเพลง

“ภาพลวงตา” ดูแปลกตาออกไปอีกงานนี้สาวสุดแซ่บ “มาช่า” เล่าให้ฟังถึงการทำงานเพลงว่า เพลงภาพลวงตา ที่เอามาทำใหม่ในเวอร์ชั่น EDM สนุกดี ครั้งแรกที่ช่าได้ฟังเพลง ช่าก็ลองเอาเพลงมาดีไซน์การร้องร้องใหม่ อยากให้เพลงออกมาสนุกและดูฉีกไปจากเวอร์ชั่นเดิม

พอทีมเพลงเอามาใส่ดนตรี EDM เพิ่มเข้าไปเลยลงตัว ช่าคิดว่าคนรุ่นใหม่น่าจะชอบนะคะโดยส่วนตัวเองช่าเป็นคนที่ชอบแนวเพลงแดนซ์อยู่แล้ว แต่ต้องเป็นแดนซ์ที่มีเมโลดี้ แบบเพลง ภาพลวงตา เวอร์ชั่นนี้ใช่เลย ชอบมาก ถือว่าเป็นเพลงประกอบละครที่สมัยใหม่มาก การแต่งตัวก็สวย เท่ แปลกตา

ต้องขอบคุณ พี่โจ้ เซอร์เฟส ช่าสนุกกับการทำงานครั้งนี้มากเพราะเป็นรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน ใครที่คิดถึงเสียงร้องของสาวเซ็กซี่คนนี้ ติดตามฟังและชมมิวสิควิดีโอเพลง “ภาพลวงตา” เวอร์ชั่น EDM ของช่า วันที่ 16 สิงหาคม นี้ ประกอบซีรีย์ “MELODIES OF LIFE ตอน ภาพลวงตา ทางช่อง GMM 25 นะจ๊ะ!

สวยสร้างสรรค์ กับไอเดียทาลิปสติกแบบเริ่ดๆ จาก Jazmina Daniel

สวยสร้างสรรค์ กับไอเดียทาลิปสติกแบบเริ่ดๆ จาก Jazmina Daniel

l3l4l5l7

สวยสร้างสรรค์ กับไอเดียทาลิปสติกแบบเริ่ดๆ จาก Jazmina Daniel

มันเริ่ดจริงๆ เมื่อ “Jazmina Daniel” รังสรรค์ริมฝีปากให้ออกมาเป็นงานศิลปะ ด้วยการทาลิปสติก ในสไตล์เก๋ๆ ได้ออกมาอย่างน่าทึ่ง

เรียกว่าลืมการทาลิปสติกในแบบเดิมๆ ไปได้เลย เมื่อมาเจอไอเดียนี้จากเมคอัพอาร์ติสต์จากซิดนีย์คนสวยที่ ใช้ปากเป็นพื้นที่ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ

Jazmina Daniel” เป็นช่างแต่งหน้ามากความสามารถที่แสดงผมงานผ่านทางอินสตาแกรมอยู่แล้ว เธอมีไอเดียแต่งหน้าหลายแบบที่ไม่ซ้ำใคร รวมทั้งการวาดภาพบนปากด้วย

แม้พื้นที่บนปากจะน้อยนิดแต่เธอก็สามารถวาดลวดลายได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การ์ตูน ฉากในหนัง หรือการเล่นสีสสันต่างๆ ทำให้การแต่งหน้าสนุก และสะดุดตาขึ้น

“กรุณา บัวคำศรี” คนข่าวกับความฝันที่ไม่มีวันหมดอายุ

“กรุณา บัวคำศรี” คนข่าวกับความฝันที่ไม่มีวันหมดอายุ

“กรุณา บัวคำศรี” คนข่าวกับความฝันที่ไม่มีวันหมดอายุ

“เสน่ห์การลงพื้นที่ทำข่าว มันไม่ใช่เพียงให้เรารู้แค่เรื่องในสถานที่จริง แต่มันทำให้เราเห็นแก่ตัวน้อยลง”โดย กรุณา บัวคำศรี

ในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกาศข่าวทีวีหลายช่องตบเท้าพร้อมใจโยกย้ายภารกิจจากช่องทีวีเดิมไปสู่ช่องใหม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน “กรุณา บัวคำศรี” ผู้ประกาศสาวมาดแกร่งคือ 1 ในนั้น เธอเลือกโบกมือลาจากสถานีไทยทีวีสีช่อง 3 ไปสู่อ้อมอกทีวีช่องฟ้าอย่าง PPTV หลายคนตั้งคำถามถึงการเดินจากมาของเธอ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา หากแต่เมื่อพูดคุยแล้วจึงได้รู้ว่า “ความฝัน” สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดแม้จะผ่านวัยมาจนถึงหลัก 4 แล้วก็ตาม

ความฝันการเป็นนักข่าวของคุณกรุณาไม่ได้แรกคลอดมาพร้อมกับเธอ แบบที่รู้ตัวว่า “โตขึ้นฉันจะเป็นนักข่าว” หากแต่เป็นเพียงแวบเดียวในวัยเด็กที่ได้ดูข่าวคุณสมเกียติ อ่อนวิมลรายงาน แล้วเกิดความสนใจ แต่นั่นคือความคิดชั่วคราวของเด็กๆ ที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป

“สมัยเด็กๆ แถวบ้านทีวีสัญญาณไม่ค่อยดี เวลาจะดูให้ชัดทีก็ต้องจับหนวดกุ้ง แล้วตอนนั้นเห็นคุณสมเกียรติ อ่อนวิมลรายงานข่าวก็รู้สึกสนใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ตอนเด็กๆ จริงๆ ฝันอยากเป็นหลายอย่างเป็นครูดอยก็อยากเป็น แต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นนักข่าว”

กระทั่งเธอเอนทรานซ์เข้าศึกษาเป็นนิสิตในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ ทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัยจนมีโอกาสได้รู้จักกับนักข่าวรุ่นพี่หลายๆ คน แม้จะไม่ได้เรียนในสาขาวิชาชีพโดยตรง แต่กลับเริ่มรู้สึกว่าอาชีพนักข่าวเป็นอาชีพที่น่าสนใจ

“จริงๆ การได้เรียนคณะอักษรศาสตร์เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เรารู้จักการอ่าน การค้นคว้า ถึงจะไม่ใช่สายตรงในการประกอบอาชีพ แต่ก็มีส่วนช่วยงานสายนี้ค่อนข้างมากแล้วเรายังได้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 ทำให้เราสามารถค้นคว้าข้อมูลต่างๆ ได้มากขึ้น สำหรับเราแล้วถือว่าเป็นเรื่องได้เปรียบ”

หลังจบการศึกษาเธอสมัครเข้าทำงานเป็นนักข่าวที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ด้วยความมุ่งมั่น แม้จะไม่มีทักษะเรื่องการเขียนข่าว แต่ยังยืนยันที่จะเป็นนักข่าวให้ได้

“ตอนไปสัมภาษณ์งานเขาให้ทดลองเขียนข่าวเป็นภาษาอังกฤษ แม้เราจะเรียนอักษรมาแต่ภาษาอังกฤษของเราก็ไม่ได้ดีมาก เขาบอกว่าการเขียนของเรายังใช้ไม่ได้ แต่เราก็บอกว่าเราพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาอย่างตั้งใจ ตอนนั้นกว่าจะเขียนแต่ละประโยคได้มันยากมาก”

คุณกรุณาได้เข้าทำงานเป็นนักข่าวสมใจ ประสบการณ์การทำงานที่หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ 2 ปีถือเป็นการปูพื้นฐานและสร้างความท้าทายในสายงานสื่อสารมวลชนให้คุณกรุณามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหลังจากนั้นคุณกรุณาไปศึกษาต่อและทำรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ออสเตรเลีย การทำงานข่าวต่างแดนสร้างประสบการณ์ตื่นเต้นแปลกใหม่ให้เธอเช่นกัน

“เราต้องทำข่าวให้คนออสเตรเลียดู มันก็แปลกที่พวกเขาสนใจเรื่องที่คนไทยอาจไม่ค่อยสนใจเช่นเรื่องช้าง เรื่องพม่า มีครั้งหนึ่งที่พี่ต้องนัดรับเทปสัมภาษณ์อองซาน ซูจี ตอนนั้นเราต้องปลอมตัวเข้าไป มีการนัดแนะกันว่าจะจัดส่งที่ไหน แล้วต้องให้เจ้าหน้าที่สนามบินตรวจ ตอนนั้นเราซ่อนเทปสัมภาษณ์ไว้ในรองเท้า ดีนะที่เขาให้ถอดรองเท้าก่อนเข้าห้องตรวจ ตื่นเต้นมาก”

ต่อมาคุณกิตติ สิงหาปัดชักชวนคุณกรุณาให้เข้ามาเป็นผู้ประกาศข่าวที่สถานทีโทรทัศน์ไอทีวี ซึ่งก็เท่ากับว่าเป็นการเริ่มต้นงานผู้ประกาศข่าวแบบเต็มตัว เมื่อไอทีวีเกิดการเลิกจ้างพนักงาน คุณกรุณาจึงอยู่ในช่วงว่างงานประจำแต่ยังคงทำงานประสานงานให้กับทีมทำข่าวจากต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาทำข่าวในเมืองไทยก่อนจะเข้าไปทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวที่สถานีโทรทัศน์ Thai PBS และสถานีไทยทีวีสีช่อง 3 ในเวลาต่อมา

“ช่วงทำงานที่ Thai PBS เป็นช่วงที่การเมืองระส่ำระสาย และเราทำรายการเกี่ยวกับเหตุบ้านการเมืองเป็นหลัก เลยรู้สึกว่าได้รับแรงกดดันจากทุกส่วน จริงๆ ใจอยากทำข่าวต่างประเทศมากกว่าเพราะตอนไปเรียนต่อต่างประเทศเห็นว่าคนไทยมักได้รู้ข่าวต่างประเทศจากชาวต่างชาติเป็นคนทำ แต่ไม่มีคนไทยเป็นคนทำให้คนไทยด้วยกันดู จนย้ายมาอยู่ช่อง 3 พี่เลยขอเบรกเรื่องการเมือง เพราะรู้สึกเหนื่อย และก็ได้เข้าไปทำข่าวต่างประเทศมากขึ้น แต่มักเป็นแบบเกิดเหตุการณ์แล้วถึงไป ทำอยู่ช่อง 3 ได้ 6 ปีเริ่มคิดถึงสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ”

การตัดสินใจย้ายจากช่องใหญ่อันดับต้นๆ ไปสู่สถานีโทรทัศน์ PPTV เอชดีคือคำตอบที่มาพร้อมความท้าทายของการได้ทำในสิ่งที่ผู้ประกาศสาวใฝ่ฝันมานานนั่นคือการทำสารคดีเชิงข่าวในมิติที่เป็นการสื่อสารแบบสากล แตกต่างจากการทำข่าวเสนอข้อเท็จจริงแบบทั่วไป

“การทำงานกับช่องใหญ่ไม่แตกต่างกับช่องเล็กๆ เพียงแต่พี่มองว่ามันเป็นความท้าทาย ถ้าเราเอาคอนเทนส์เดียวกันนี้ไปใส่ไว้ในช่วง 4 ทุ่มกว่าของช่องใหญ่ รับประกันคนดูมหาศาล แต่การที่เราเอาเนื้อหาเดียวกันนี้มาใส่ในช่องเล็กๆ พี่มองว่ามันเป็นความท้าทายและทำให้เราทำงานสนุกมากยิ่งขึ้น สำหรับพี่การเดินออกมาจากช่อง 3 เป็นการเดินจากออกมาด้วยความรู้สึกดี และเป็นมิตรกัน เพราะพี่เตรียมตัวเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ของช่องตั้งแต่ต้นปี จากนั้นอีกครึ่งปีถึงเดินออกมา ทุกวันนี้พี่ยังคุยกับพี่ๆ ที่ช่อง 3 ได้เป็นอย่างดี”

รอบโลก by กรุณา บัวคำศรี จึงเป็นรายการสารคดีข่าวของช่อง PPTV ในเวอร์ชั่นที่นอกจากจะเติมความฝันในฐานะคนทำข่าวให้เต็มแล้ว การเดินทาง ลงพื้นที่ สัมผัสชีวิตผู้คนจากสถานที่จริงนั้นยังเปรียบได้ว่าเธอพาเราเดินทางไปพบกับความคิดหลากหลายมิติของผู้อยู่ในเหตุการณ์ หรือแม้แต่ตัวเธอเองก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่การเดินออกไปสู่ภายนอก หากแต่เป็นการเดินทางภายในจิตใจ และความคิดของเธอด้วย

“เสน่ห์ของการลงพื้นที่ไปทำข่าว พี่คิดว่ามันไม่ใช่เพียงให้เรารู้แค่เรื่องราวในสถานที่จริงแต่มันทำให้เราเห็นแก่ตัวน้อยลง อย่างบางทีไปในที่ๆ เขาแทบจะไม่มีอะไรกินแต่เราไปถึงเขายังอุตสาห์ต้มชาหาอาหารให้เรา พี่ว่ามันสะท้อนอะไรหลายๆ อย่าง”

หลังจากนี้เธอคงต้องเคี่ยวกรำกับงานที่เธอตั้งใจ เปรียบไปแล้วก็เหมือนฝีมือปรุงอาหาร เสิร์ฟแล้วหากไม่ถูกปากอาจต้องเติมนั่นนิด เหยาะนี่หน่อยเพื่อให้กลมกล่อม แต่นั่นคือความท้าทายที่ไม่มีข้อจำกัดเพราะความฝันไม่มีวัยเกษียณ

10 เมืองสุดโรแมนติกที่ต้องไปก่อนตาย

10 เมืองสุดโรแมนติกที่ต้องไปก่อนตาย

10 เมืองสุดโรแมนติกที่ต้องไปก่อนตาย

คุณกำลังมองหาความโรแมนติกในชีวิตรักอยู่หรือเปล่า ลองมาดู 10 เมืองที่ ChicMinistryจะนำเสนอต่อไปนี้แล้วคุณจะพบกับความโรแมนติกชนิดที่เกินจะบรรยายเลยทีเดียว

10. Venice, Italy

เวนิสเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามทางทิวทัศน์และประสปการณ์สุดโรแมนติกแต่ทว่าการที่จะมาถึงเวนิสนั้น คุณต้องนั่ง Gondola อย่าลืมติ๊กไว้นะครับว่าเป็นกิจกรรมที่ต้องทำเมื่อเดินทางถึงเวนิส

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำล่องเรือ Gondola ไปตามคลองเวนิสถ้าโชคดีคุณจะได้นักพายเรือเสียงดีที่ร้องเพลงโอเปร่าให้คุณฟัง

9.Barcelona, Spain

บาร์เซโลน่าขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในประเทศสเปนเป็นเมืองที่สุดโรแมนติกแห่งหนึ่ง แล้วคุณจะได้ยินคำว่า “Vicky Cristina Barcelona”

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำขึ้นบอลลูนชมวิวซึ่งอยู่สูงจากพื้นดิน 3000 ฟุต คุณจะเห็นวิวเมืองและสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

8. Florence, Italy

ประเทศอิตาลีนี่ถือได้ว่ามีหลายเมืองที่โรแมนติกเลยทีเดียวครับ เมืองฟลอเร้นส์เป็นอีกเมืองของอิตาลีที่ถูกจัดว่าโรแมนติกเพราะมีหมู่บ้านเรียงรายตั้งอยู่ชายทะเลบวกกับวิวสุดทึ่ง

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำชมสวน Boboliแสนหวานที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีชมพูบานสะพรั่งล้อมรอบด้วยต้นสีเขียวสดเป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่น่าเชื่อว่ายังมีอยู่

7. Kyoto, Japan

เกียวโตเป็นเมืองที่รวยด้านวัฒนธรรมถ้าไปถึงเมืองนี้ต้องพักโรงแรมที่เป็นเรียวกังนะครับจะได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นสมัยก่อน อาบน้ำออนเซ็นก็พลาดไม่ได้เช่นกันอีกอย่าง อย่าลืมเดินทางไปให้อาหารกวางที่เมืองนาระนะครับ

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำเดินชมสวนพฤกษชาติเกียวโตซึ่งกระจายไปด้วยต้นไม้สวยงามเหมาะแก่การเดินเล่นกับคนรู้ใจ

6. Bruges, Belgium

การเดินเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการชมเมืองนี้เนื่องจากระยะทางไม่ได้ใกลมากเดินจิบเบียร์และร้านกาแฟเก่าแก่อย่างสบายใจไร้กังวล

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำนั่งรถม้าชมเมือง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนอาคารที่ประดับด้วยยอดสีทองจะส่องแสงระยิบระยับดังนั้นการขี่รถม้ากับคนรักของคุณในช่วงนั้นจะพิเศษมากเลยขอบอก

5. Fez, Morocco

คุณจะหลงใหลไปกับความสวยงามของเมือง Fez ซึ่งเป็นเมืองป้อมปราการในประเทศโมร็อคโคเป็นอย่างมากเมืองนี้จะมีทางเคี้ยวคดไปตามตรอกซอกซอย มีทั้งมัสยิดและสวนชาชุ่มฉ่ำ

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำพักโรงแรม Sofitel Palais Jamaiหากคุณต้องการให้การเดินทางของคุณพิเศษละก็มาพักที่นี่เลยเพราะมันโรแมนติกตั้งแต่ทางเข้า บวกกับสถานที่ตั้งอยู่ใจกลางMedina และ Riads ยิ่งทำให้คู่รักพิเศษยิ่งขึ้น

4. Jaipur, India

ย้อนไปตั้งแต่สมัยคริสศรรตวรรษที่ 17 ซึ่งมีเสน่ห์แบบยุคเก่า ไปถึงที่นั่นแล้ว อย่าลืมขี่ช้างอ้อมเมืองเพราะไม่มีอะไรโรแมนติกไปกว่าขี้ช้างกับคนรักของคุณไปเที่ยวเมืองอีกแล้วครับ

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำแน่นอนการขี้ช้างย่อมเป็นอะไรที่โรแมนติกหากคุณมีโอกาสมาเที่ยวที่เมือง Jaipurแห่งนี้

3. Lisbon, Portugal

สิ่งที่มีเอกลักษณ์และโรแมนติกเมื่อมาถึงกรุงลิสบอนคือการขี่ Santa JustaElevator เที่ยวเมือง ลิฟต์เหล็กนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่คุณชมวิวเมืองได้โดยเฉพาะพระอาทิตย์ตก

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำลิฟต์ตัวนี้ถูกจัดอันดับ 4 จาก 14 สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาถึงกรุงลิสบอนเมื่อลิฟต์ขึ้น คุณจะเห็นเมืองลิสบอนทั้งเมือง นับว่าน่าหลงใหลและโรแมนติกมาก

2. Monte Carlo, Monaco

ถ้าคุณชอบสถานที่โรแมนติกแบบกว้างใหญ่ละก็ Monte Carloก็เป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถทำกิจกรรมหลากหลายเช่นแข่งรถ กีฬาทัวร์นาเม้นและคาสิโน ยังมีกิจกรรมตื่นเต้นอีกหลายอย่างหลังจากคุณตื่นนอน

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำแวะชมสวน The Princess Grace Rose Gardenซึ่งตั้งอยู่ตามชายหาดบริเวณ Fontieveilleซึ่งจัดอันดับหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในโลก

1. Paris, France

กรุงปารีสเต็มไปด้วยอาหารที่หลากหลายแฟชั่นสุดเริ่ด และร้านค้าสุดเก๋ปารีสเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับคู่รักและการสร้างความสัมพันธ์

กิจกรรมสุดโรแมนติกที่ต้องทำดินเนอร์บนหอไอเฟลพร้อมกับชมวิวบนชั้น 58คุณจะเห็นวิวปารีสแบบสวยงามโรแมนติกยิ่งทำให้คืนของคุณพิเศษยิ่งขึ้นยังมีกิจกรรมต่อจากนั้นอีกนะครับ ล่องเรือบนแม่น้ำแซนด์และไปดูโชว์มูแลงรูจ

เป็นยังไงกันบ้างครับสถานที่ต่างๆที่เลือกมาให้คาดว่าคงถูกใจหลายๆคนหลังจากนี้ก็เป็นทีคุณแล้วล่ะว่าจะเลือกเมืองไหนเพื่อไปสวีทกับคนรักของคุณยังไงก็ขอให้หัวใจเบิกบานและรักหวานฉ่ำนะครับ

ไปกันใหญ่แล้ว! เมื่อศิลปินดัง สร้างเกมส์สมาร์ทโฟนออกมาให้แฟนๆเล่น

aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL2pvLzAvdWQvNDc2LzIzODAwNDUvcGFnZS5qcGc=

เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่มาแรงจริงๆ สำหรับเกมส์ Pokemon Go ที่นอกจากจะมีคนเล่นมากมายแล้ว ก็ยังเป็นที่่ชื่นชอบของศิลปินดังอย่างเช่น Justin Bieber ด้วย ซึ่งทุกวันนี้เกมส์หรือ แอพพลิเคชั่น ในสมาร์ทโฟนนั้นเป็นจัดว่าเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมาก จนทำให้ศิลปินหลายคนตัดสินใจที่จะออกเกมส์เป็นของตัวเอง เพื่อต่อยอดความดังและสร้างความสนุกให้แฟนๆ ซึ่งหลายๆเกมส์นั้นก็มีเรื่องราวที่ไม่เหมือนใครด้วย

1. Britney Spears 

นอกจากจะเป็นศิลปินชื่อดังที่มีเพลงฮิตและเป็นเจ้าของฉายาเจ้าหญิงเพลงป๊อปแล้ว บริทนี่ย์ สเปียส์ ก็ทำธุรกิจส่วนตัวมากมายอย่างเช่นคอลเล็คชั่นเสื้อผ้า และรวมถึงเกมส์อย่าง Britney Spears : American Dream ซึ่งเป็นเกมส์ที่นักร้องจะต้องเปลี่ยนตัวเองจากคนธรรมดาให้เป็นศิลปิน เพื่อจะได้รับโอกาสในการแสดงกับบริทนี่ย์เมื่อผู้เล่นได้กลายเป็นศิลปินดังหลังจากผ่านอุปสรรคต่างๆในเกมส์

2. Katy Perry

หลังจากที่ บริทนี่ย์ สเปียส์ ได้มีเกมส์เป็นของตัวเองแล้ว เคธี่ เพอร์รี่ ป๊อปสตาร์สาวสุดเเซ่บก็ได้ปล่อยแอ็พเกมส์ที่มีชื่อว่า Katy Perry pop ออกมา เป็นเกมส์ที่สร้างโดยบริษัท Glu Mobile ที่ประสบความความสำเร็จในการสร้างเกมส์ Kim Kardarshian : Hollywood โดยเกมส์ของเคธี่นั้น ผู้เล่นก็จะรับบทเป็นตัวละครที่มีความฝันในการเป็นซุปตาร์ และจะมีเคธี่เป็นผู้ช่วยเหลือในการทำมิชชั่นและความฝันให้เป็นจริง

3. Demi Lovato 

อดีตดาราเด็กจากดิสนี่ย์อย่าง เดมี่ โลวาโต้ นั้นเป็นดาราคนหนึ่งที่มีเส้นทางในวงการที่น่าสนใจมาก และเธอก็เอาประสบการณ์เหล่านั้นมาทำเป็นเกมส์ Demi Lovato : Path to fame ที่ผู้เล่นจะได้เป็นป๊อปสตาร์ที่เป็นเพื่อนกับตัวละครของเดมี่ และจะได้ใช้ชีวิตเหมือนป๊อปสตาร์คนนึงไม่ว่าจะเป็นการได้ออกแสดง หรือการได้เที่ยวอย่างสนุกสนานกับเพื่อนศิลปินดาราคนอื่น โดยทุกสิ่งที่ตัวละครทำนั้นจะมีผลต่อชื่อเสียงและการชนะในเกมส์ด้วย เป็นเกมส์นึงที่ผู้เล่นต้องวางแผนในการเล่นให้ดี

ภาพโปรโมทของเกมส์ Demi Lovato : Path to fame

4. Nicki Minaj 

แร็ปเปอร์สาวชื่อดังอย่าง นิคกี้ มินาจ นั้นนอกจากจะมีแนวดนตรีและแฟชั่นที่ไม่เหมือนใครแล้ว เธอยังสร้างเกมส์ของเธอเองออกมาด้วย ซึ่งในเกมส์ Nicki Minaj : The Empire นั้นผู้เล่นจะต้องพยายามทำให้ตัวเองเป็นแร็ปซุปเปอร์สตาร์ โดยการเขียนเพลง ทำเอ็มวี และจัดคอนเสิร์ต รวมถึงจัดงานเลี้ยงและเเต่งบ้านสุดหรูของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นเกมส์ที่แฟนๆจะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เยอะมาก

5. Tyga

ปิดท้ายด้วยแร็ปเปอร์ชื่อดัง แฟนสาวของเซเลปชื่อดัง ไคลี่ย์ เจนเนอร์ ซึ่งไทก้านั้นก็ได้ตามรอยครอบครัวของไคลี่ย์ในการปล่อยเกมส์ออกมา โดยแอ็พของเขานั้นมีชื่อว่า Tyga – Kingin’ World Tour ซึ่งเป็นเกมส์ที่ผู้เล่นต้องสวมบทเป็นไทก้า และหนีปาปารัสซี่หรือช่างภาพดารา โดยจะมีการเก็บเเต้มเพื่อเป็นตัวช่วยในการหนี ซึ่งถึงแม้เป็นเกมส์ที่ดูไม่มีอะไร แต่หลายคนก็ชื่นชอบเกมส์นี้มาก

ภาพจากเกมส์ Tyga – Kingin’ World Tour

นอกจากศิลปิน 5 ท่านนี้เเล้ว ก็ยังมีเทย์เลอร์ สวิฟต์ ศิลปินคันทรี่ชื่อดังที่กำลังมีเพลงเป็นของตัวเองด้วย โดยเกมส์เหล่านี้นั้นนอกจากจะเป็นโอกาสทำเงินของศิลปินแล้ว ยังเป็นการสานฝันให้กับคนธรรมดาที่อยากลองใช้ชีวิตซุปเปอร์สตาร์ได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามทาง ก็อยากให้ทุกคนนั้นแบ่งเวลากันให้ลงตัวด้วย เพราะการเล่นเกมส์มากไปก็อาจจะทำให้ผู้เล่นเสียเวลาหรือเสียสุขภาพได้เช่นกัน

Story : LEGENDARYPEPPER

12 ปีที่รอคอย GODZILLA RESURGENCE เปิดตัวอันดับ 1 ถล่มญี่ปุ่น!!

s_17915916

สร้างความสำเร็จ และเรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมหาศาล กับมหึมหาความสูง 118.5 เมตร ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาก็อดซิลล่าทุกตัวที่มีมาในประวัติศาสตร์ กับ “GODZILLA RESURGENCE” (ก็อดซิลล่า รีเซอร์เจนท์) การกลับมาในรอบ 12 ปีของ “ชินกอจิร่า” หรือ “ก็อดซิลล่า” ตัวใหม่ล่าสุดของแท้จาก “สตูดิโอโตโฮ” ต้นกำเนิดผู้ทำให้ทั้งโลกรู้จักอภิมหาสัตว์ประหลาด ที่ได้รับฉายาว่าเป็น “KING OF  MONSTERS” มากว่า 6 ทศวรรษ

และนี่คือภาพยนตร์ก็อดซิลล่าภาคล่าสุด(ฉบับปี 2016) ที่อยู่ในความสนใจของเหล่าแฟนๆจากทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งจัดงานเวิลด์กาล่าพรีเมียร์เปิดตัวขึ้นอย่างเป็นทางการ และเข้าฉายเมื่อ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายทั่วทั้งเกาะญี่ปุ่น เกิดเป็นกระแส “ก็อดซิลล่าฟีเวอร์” โดยทำรายได้เปิดตัวเพียงแค่ 3 วันแรกสูงถึง 845,675,500 ล้านเยน หรือ กว่า 280,000,000 ล้านบาท

พร้อมเสียงวิจารณ์จากผู้ชมตลอดจนเหล่าบรรดาแฟนพันธุ์แท้ ชาวญี่ปุ่น ชาวต่างประเทศจากทั่วโลกที่ต่างบินมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในปรากฎการณ์ครั้งสำคัญของการกลับมาถล่มจอครั้งนี้ ต่างชื่นชอบ และชื่นชมต่อ “ก็อดซิลล่าต้นฉบับ” กันอย่างถ้วนหน้า เพราะคงเอกลักษณ์ความคลาสสิคที่มีลักษณะเฉพาะตัว และสตูดิโอโตโฮผู้ให้กำเนิดยังได้สร้างเซอร์ไพรส์ในภาพยนตร์ ถึงขนาดที่บรรดาเหล่านักวิจารณ์หลายสำนักต่างฟันธงว่า “ชินกอจิร่า” คือการปฎิวัติโฉมหน้าของ “ก็อดซิลล่า” และถูกยกให้เป็นภาพยนตร์ก็อดซิลล่าระดับมาสเตอร์พีซที่ดีที่สุดกันเลยทีเดียว

“ชิน ก็อดซิลล่า เป็นหนังที่ดีมาก ฉากถล่มเมืองนั้นน่าตระการตา การจุติของก็อดซิลล่าเวอร์ชั่นนี้นั้นน่าเกรงขามที่สุดนับตั้งแต่เวอร์ชั่นต้นฉบับ เนื้อเรื่องหนักแน่นเล่าผ่านบทสนทนาของเจ้าหน้าที่รัฐบาลในการรับมือกับภัยร้ายมันมีการหักมุมอยู่ตลอด คุณคาดเดาอะไรไม่ได้เลย” (มาร์ค จารามิลโล่ แฟนพันธ์แท้ ไคจู และผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ด้านโทคุซัทซึ)

“สำหรับชิน ก็อดซิลล่า เอาเป็นว่า ลืมทุกสิ่งที่คุณรู้จักเกี่ยวกับก็อดซิลล่าไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นโตโฮหรือฮอลลีวูด นี่เป็นก็อดซิลล่าที่ต่างออกไปสุดๆ เตรียมพบกับสิ่งที่เหนือความคาดหมายได้เลย” (ไมค์ รอส แฟนพันธุ์แท้ นักสะสมก็อดซิลล่าตัวจริง )

“ไม่ว่าจะฮอลลีวู้ด หรือ ทุนสร้างขนาดไหน ก็ไม่สามารถใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบของหนังเรื่องนี้ได้” (Kazuo Ozaki )

“คือการกำเนิดของผลงานชั้นยอดที่กล้าพูดได้เลยว่า นี่คือการกลับมาของ Godzilla แบบฉบับญี่ปุ่นอย่างภาคภูมิ” (Koichi Irikura จาก Cinema Today)

“สำหรับผมแล้ว การถ่ายภาพในหนังเรื่องนี้ดีกว่าหนังทุกภาคที่ผ่านมา  ผู้สร้างถ่ายทอดศิลปะผ่านช็อตต่างและการเคลื่อนกล้องได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้สามารถยึดโยงผู้ชมเข้ากับบทสนทนาของตัวละครได้เป็นอย่างดี บอกได้เลยว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมได้เห็นอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยเห็นในหนังเรื่องอื่น ๆ ในชุดนี้  กล่าวโดยสรุป เทคนิคพิเศษของหนังเรื่องนี้อยู่ในขั้นดี และ Godzilla ก็คือเครื่องจักรมรณะ ที่แค่ผู้ชมได้เห็นการปรากฏตัวของมัน ก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแล้ว” (Chris Oglio แห่ง Syphonic Fury)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ภาพยนตร์เรื่อง “GODZILLA RESURGENCE” (ก็อดซิลล่า รีเซอร์เจนท์) คือการผสมผสานระหว่างการเป็นภาพยนตร์แอคชั่นที่ถ่ายทอดออกมาเมื่อมหาวิบัติภัยครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ ที่ทุกคนต่างตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้าและรับมือ มากกว่าการเป็นเพียงแค่ภาพยนตร์สัตว์ประหลาดทำลายล้างแต่เพียงอย่างเดียว

สำหรับเหล่าสาวกและแฟนๆก็อดซิลล่าชาวไทยเตรียมสัมผัสกับความน่าตื่นตา และการเผชิญหน้าเพื่อรับมือกับอภิมหาสัตว์ประหลาดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ใน GODZILLA RESURGENCE (ก็อดซิลล่า รีเซอร์เจนท์) อีกหนึ่งภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ลงทุนสร้างสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น 8 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Craft Yourself…ได้เวลาออกแบบความเป็นคุณ

Craft Yourself...ได้เวลาออกแบบความเป็นคุณ

Craft Yourself…ได้เวลาออกแบบความเป็นคุณ

          ผู้ชายและทรงผมถือเป็นของคู่กัน แม้ในวัยเด็กเราอาจจะไม่ใส่ใจในเรื่องของความใสของใบหน้ามากนัก แต่ความเท่ของทรงผมนี่เป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้ ผู้ชายบางคนรู้จักผลิตภัณฑ์แต่งผมก่อนโฟมล้างหน้าด้วยซ้ำไป ดังนั้น จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นผู้ชายหลายคนใส่ใจกับทรงผมมาก พิถีพิถันราวกับเป็นงานคราฟต์ชิ้นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทรงและร้านตัดผม ไปจนถึงการดูแล เพราะเชื่อว่าการมีทรงผมที่ดูดีเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงคาแรกเตอร์ของคนคนนั้น

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่เจอทรงผมที่ถูกใจ หรือกำลังมีปัญหาในการจัดแต่งทรงผม เราขอแนะนำ 4 หนุ่ม ที่เหมาะกับนิยามความเป็น Craftsman เพราะถึงจะต่างกันตรงไลฟ์สไตล์และงานที่ทำ แต่ทุกคนกลับมีความสนใจในเรื่องของทรงผมเหมือนกัน Sanook! Men จะพาไปดูกันว่าหนุ่มทั้ง 4 คนมีวิธีสไตล์จัดแต่งทรงผมตัวเองกันอย่างไรบ้าง

1. ซันเต๋อ-ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล

His Craft: ศิลปินนักวาดภาพประกอบเจ้าของลายเส้นที่เรียบง่าย สะอาดตา แต่มีชั้นเชิงและความสร้างสรรค์ งานของเขาสะท้อนไปถึงการแต่งตัวในโทนสีเรียบๆ เท่ๆ และทรงผมเซอร์ๆ ที่ถูกจัดแต่งอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เหมือนกับงานของซันเต๋อเองที่ดูไม่เยอะ แต่ดูมีอะไรให้คิดและน่าค้นหา
His Choice: เมื่อความดูเป็นธรรมชาติคือเอกลักษณ์ของซันเต๋อ Gatsby Moving Rubber สูตร Grunge Mat จึงเป็นตัวช่วยในการสร้างความดูดีแบบมินิมัลตามสไตล์สายติสท์

2. พิชญ์ กาไชย

His Craft: อดีตนักร้องบอยแบนด์ชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นเจ้าของร้านตัดสูทผู้ชายสุดเนี้ยบภายใต้ชื่อแบรนด์ 612sixtwelve แบรนด์ที่เน้นความใส่ใจในการออกแบบ เนี้ยบทุกกระเบียดนิ้วเหมือนกับเสื้อสูทของเขาเอง พิชญ์พิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต เช่นเดียวกับทรงผมของเขาที่มีการเก็บรายละเอียดให้ทรงผมเนี้ยบและมีสไตล์ทุกครั้งที่ออกงาน ชนิดที่เรียกว่าจะงานไหนก็ไม่เคยหลุดเลยทีเดียว
His Style: Gatsby Moving Rubber สูตร Cool Wet คือไอเท็มเพิ่มความมั่นใจให้กับคนที่สไตล์ในการแต่งตัวมีความหมายเท่ากับความเนี้ยบอย่างพิชญ

3. คริส-ธนกฤต แสงวณิช

 

His Craft: นายแบบหนุ่มสุดฮอตและเชฟขนมหวานที่สาวๆ ลงความเห็นตรงกันว่าเท่สุดๆ เวลาทำขนม สไตล์ผู้ชายขาลุยปนมาดกวนๆ ของคริสทำให้เขาดูดีในทุกสไตล์ จะแต่งตัวและเซ็ตผมให้ออกมาเท่ๆ กระชากใจสาวหรือจะให้เนี้ยบสุขุมตามวาระต่างๆ ก็เท่ได้เสมอต้นเสมอปลายและอยู่ทรงเสมอ สไตล์การแต่งผมของคริสจึงเป็นสิ่งที่สะท้อนความมั่นใจและบุคลิกในแต่ละวันของผู้ชายคนนี้ได้เป็นอย่างดี
His Choice: ตัวเลือกของผู้ชายสายเท่ที่ต้องการให้ผมอยู่ทรงตลอดวันแบบคริส คือ Gatsby Moving Rubber สูตร Spiky Edge เพราะช่วยเสริมความเท่ได้ในทุกโมเมนต์ ไม่มีหลุด

4. กันน์-สรวิช แสงวณิช

His Craft: พูดถึงคริสแล้วก็ต้องพูดถึงกันน์ น้องชายของเขาด้วย ในขณะที่คนพี่ถนัดของหวาน กันน์กลับเชี่ยวชาญในเรื่องอาหารมาก สมกับที่เก็บเกี่ยวทักษะมาจากครัวระดับโลกหลายแห่งทั้งในอเมริกาและสเปน แต่เสน่ห์ของกันน์ไม่ได้อยู่แต่ในครัวเท่านั้น เพราะสไตล์การแต่งตัวที่โดดเด่นของเขาก็เป็นเสน่ห์ที่จัดจ้าน เต็มไปด้วยความหลากหลาย โดยเฉพาะทรงผมที่ไม่เคยตามใคร มีครบหมดตั้งแต่ผมยาวจนถึงผมยุ่งๆ ที่ปล่อยเซอร์ๆ หรือตั้งชี้ไร้ทิศทางในบางครั้ง แต่ดูดีมีสไตล์ทุกทรง
His Choice: ความซนในการแต่งตัวและและความเซอร์ในทรงผมของกันน์ทำให้เขาเหมาะกับGatsby Moving Rubber สูตร Wild Shake ที่ช่วยให้นำเทรนด์ความเซอร์ได้ทุกทรง

เท่านี้คุณก็เห็นแล้วว่าการจัดแต่งทรงผมของพวกเขาแต่ละคน ไม่ใช่แค่เพื่อเสริมการแต่งตัวเพื่อให้หล่อ หรือทำแค่เอาเท่ในแต่ละวัน แต่สำหรับพวกเขาคือมันศิลปะแขนงหนึ่ง เป็นงานทำมือที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และความพิถีพิถัน ไม่ต่างกับงานที่พวกเขาถนัด

และไอเทมหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้พวกเขาออกแบบงานศิลปะส่วนตัวได้อย่างใจต้องยกให้ Gatsby Moving Rubber ความพิเศษของเนื้อรับเบอร์แว็กซ์ที่บางเบา จัดทรงง่าย อยู่ทรงนาน ทำให้การเซ็ตผมกลายเป็นงานคราฟต์ประจำวันและบ่งบอกความเป็นตัวเองได้ทุกสไตล์ ทุกสถานการณ์

แล้วคุณล่ะ ไม่อยากลองออกแบบความเป็นคุณบ้างเหรอ?

หนุ่มๆ จดไว้! 2 เคล็ดลับที่ขาดไม่ได้สไตล์หนุ่มเท่ห์ “นิค โจนาส”

หนุ่มๆ จดไว้! 2 เคล็ดลับที่ขาดไม่ได้สไตล์หนุ่มเท่ห์ “นิค โจนาส”

หนุ่มๆ จดไว้! 2 เคล็ดลับที่ขาดไม่ได้สไตล์หนุ่มเท่ห์ “นิค โจนาส”

หนึ่งในบรรดาขวัญใจเก้งกวางที่ต้องติดโผแน่ๆ คงหนีไม่พ้น “นิค โจนาส” นักร้องหนุ่มหุ่นฟิตเปรี๊ยะเจ้าของเพลง “Jealous” นี่แหละ นอกจากเสียงร้องเพราะๆ แมนๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้หลายคนต้องฟอลโล่วไอจีคือ “รสนิยมด้านแฟชั่น” ที่ต้องบอกว่า พี่แกไม่เคยหลุดเทรนด์เลยจริงๆ และหนุ่มนิคก็ได้ปริปากเผยไอเท็มที่ขาดไม่ได้ ไปดูกันว่ามันคืออะไร

นิคบอกกับนิตยสาร People ว่าสิ่งแรกที่ผู้ชายทุกคนควรมีไว้คือ “แจ็คเก็ตหนัง” จะเรียกว่าเป็นเอกลักษณ์ของเขาก็ไม่ผิดนะ นิคเลือกใส่แจ็คเก็ตไบค์เกอร์ Margiela มาหลายปีละ เพราะมันดูเท่ห์ แมน และหรูในเวลาเดียวกัน

หัวใจสำคัญของการแต่งตัวอีกอย่างคือ “สูท” โดยเฉพาะสูทสีดำที่เขามักจะพกติดตัว เมื่อต้องเดินทางไปตามที่ต่างๆ เพราะเขาไม่มีทางรู้ได้ ว่าจะต้องหยิบมันขึ้นมาใช้เมื่อไหร่

ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับดีๆ ว่าแต่ของหนุ่มชิคล่ะ มีไอเท็มอะไรที่ขาดไม่ได้บ้าง?