สุโขทัยฮือฮา! กบสีเงิน-กบสีทอง เพิ่งให้โชคงวดที่แล้ว

สุโขทัยฮือฮา! กบสีเงิน-กบสีทอง เพิ่งให้โชคงวดที่แล้ว

สุโขทัยฮือฮา! กบสีเงิน-กบสีทอง เพิ่งให้โชคงวดที่แล้ว

ศูนย์เพาะเลี้ยงกบสุโขทัย พบกบ 2 ตัวรูปร่างแปลกๆ มีสีเงินและสีทอง มันคลอเคลียจับคู่ไปด้วยกัน เชื่อเป็นสิริมงคล ชาวบ้านแวะเวียนมาขอโชคลาภ หลังพาเฮงให้เลขไปเมื่องวดก่อน

เมื่อวันที่ (15 มิ.ย.)ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข่าวฮือฮาทางกระแสออนไลน์ ระบุว่า มีกบคู่บุญชื่อ “สีเงิน” และ “สีทอง” โดยกบสีเงินเป็นเพศผู้ และกบสีทองเป็นเพศเมีย อายุ 2 เดือน 6 วัน เลี้ยงอยู่ในกระชังเลี้ยงกบในโครงการเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเป็นนโยบายของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ที่ต้องการทำโครงการเพื่อให้ผู้พักพิงได้มีการต่อยอดเรียนรู้ และเป็นสวัสดิการคนไร้ที่พึ่ง

นายณัฐกิจ โพธิ์ขาว เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม เล่าให้ฟังว่า ได้ซื้อพันธุ์กบมาจากจังหวัดพิษณุโลก ช่วงแรกๆ ก็เลี้ยงปกติทั่วไป แต่พอกบในกระชังอายุได้เดือนเศษ สีของเจ้ากบสองตัวนี้ก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ และคู่นี้จะคลอเคลียอยู่ใกล้กัน กระโดดไปทางเดียวกันตลอด จนเป็นที่สังเกตของเจ้าหน้าที่ทุกคน จนมีการตั้งชื่อว่า “สีเงิน” และ “สีทอง”

ทุกเช้าและทุกเย็น จะมีคนวนเวียนกันมาทักทาย เพื่อขอโชคลาภตามความเชื่อ รวมทั้งเชื่อว่ากบคู่นี้เป็นกบคู่บุญกับสำนักงาน เพราะระยะหลังจากที่ นายสมเกียรติ ยอดเพ็ชร ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดสุโขทัย ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ได้มีการพัฒนาบริเวณโดยรอบสำนักงาน สั่งให้มีการเริ่มโครงการเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ทุกอย่างก็ดูเจริญหูเจริญตา สำนักงานมีชีวิตชีวา

และที่สำคัญเริ่มโครงการนี้ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม งวดที่ผ่านมาก็ได้โชคกันทั่วหน้า จากเลขตัวนี้ ส่วน นายสุทธิพงษ์ มะโนมูล เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมที่ดูแลและใกล้ชิดกับ เจ้าสีเงินและเจ้าสีทอง บอกว่า กบตัวอื่นๆ ก็คงจะนำไปทำเป็นอาหารหรือไม่ก็นำไปขายตามท้องตลาด แต่สำหรับสีเงินกับสีทองตนเองจะเลี้ยงไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นสัตว์คู่บุญกับสำนักงานและเจ้าหน้าที่ จะเลี้ยงไปจนกว่าเจ้าสีเงินและเจ้าสีทองจะจากไปเอง

“ทรรศพลฐ์” ขายหุ้น AAV เกือบหมด ให้กลุ่มคิงเพาเวอร์

“ทรรศพลฐ์” ขายหุ้น AAV เกือบหมด ให้กลุ่มคิงเพาเวอร์

“ทรรศพลฐ์” ขายหุ้น AAV เกือบหมด ให้กลุ่มคิงเพาเวอร์

ไทยแอร์เอเชีย แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วว่า นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ขายหุ้นที่ถืออยู่เกือบทั้งหมด ให้กับกลุ่มคิงเพาเวอร์ หลังจากที่ปฏิเสธข่าวมาหลายครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธรรศพลฐ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่ง และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่า ได้ขายหุ้น AAV รวม 1.89 พันล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 4.20 บาทต่อหุ้น ให้กับนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ และเจ้าของทีมเลสเตอร์ ซิตี้

สำหรับ AAV เป็นโฮลดิ้งคอมปะนี ถือหุ้นใหญ่ ไทยแอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดใหญ่สุดของไทย โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ AAV ก่อนการขายหุ้น มีกลุ่มนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ถือหุ้นรวมกันในสัดส่วนราว 44% แต่หลังขายหุ้นแล้ว กลุ่มนายธรรศพลฐ์ สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 5% ขณะที่กลุ่มนายวิชัย และครอบครัว ถือหุ้นรวมกันประมาณ 39% ซึ่งการขายหุ้น AAV ครั้งนี้ มีมูลค่ารวม 7.94 พันล้านบาท โดยบริษัทระบุด้วยว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารแต่อย่างใด นอกจากนี้ กลุ่มนายวิชัย ยังจะทำคำเสนอซื้อหุ้น หรือเทนเดอร์ออฟเฟอร์หุ้น AAV จากผู้ถือหุ้นทั่วไปด้วย

ก่อนหน้านี้ ปรากฏข่าวเรื่องการขายหุ้นของ AAV มาโดยตลอด ซึ่งบริษัทก็ได้ปฏิเสธข่าวมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึง 3 ครั้ง โดยยืนยันวา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ด้านนายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ จากบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาขายหุ้น AAV ที่ 4.20 บาท ต่ำกว่าราคาตลาดถึง 30% ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นการตกลงซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดแบบนี้ ดังนั้นในระยะสั้น อาจสร้างแรงกดดันให้ราคาหุ้นในวันนื้ อาจปรับตัวลงแรง และผันผวนมาก อย่างไรก็ตาม คงต้องดูว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาแล้ว จะช่วยเกื้อหนุนธุรกิจของสายการบินไทยแอร์เอเชียอย่างไร

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา นักวิคราะห์ จาก บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่า ราคาหุ้น AAV วันนี้ น่าจะผันผวนขาลง แต่อาจไม่รุนแรงมาก และเป็นผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และมีการเก็งกำไรล่วงหน้ามาก่อนแล้ว มองว่าช่วงนี้นักลงทุนจะให้ความสนใจว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่จะเข้ามาสร้างประโยชน์ให้สายการบินไทยแอร์เอเชียมากน้อยเพียงใด

นายปริญญ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ ระบุว่า การที่กลุ่มนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ซึ่งเป็นเจ้าของคิงเพาเวอร์ คงไม่ทำให้โครงสร้างการบริหารเปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจการบิน แต่จะเป็นผลบวกในระยาวให้กับสายการบินไทยแอร์เอเชีย โดยมองว่าจะช่วยสร้างรายได้เพิ่ม นอกเหนือจากธุรกิจการบิน โดยเฉพาะธุรกิจจำหน่ายสินค้าบนเครื่องบิน และอาจมีแผนขยายฐานไปธุรกิจอื่นๆ ในอนาคต สำหรับแนวโน้มราคาหุ้น AAV วันนี้ อาจปรับตัวลง แต่ไม่น่าแรง

อยากรีไฟแนนซ์บ้าน คุ้มหรือไม่คุ้มมาดูกัน

อยากรีไฟแนนซ์บ้าน คุ้มหรือไม่คุ้มมาดูกัน

อยากรีไฟแนนซ์บ้าน คุ้มหรือไม่คุ้มมาดูกัน

ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้คงมีหลายๆ คนที่อยากจะลดค่าใช้จ่ายภายในบ้านลง ซึ่งค่าใช้จ่ายหนึ่งที่จะลดลงได้ก็คือ ค่าผ่อนบ้านในแต่ละเดือน โดยวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้ภาระการผ่อนบ้านในแต่ละเดือนลดลงได้ก็คือ การทำ รีไฟแนนซ์ หรือบางทีการทำรีไฟแนนซ์นี้ก็อาจจะเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่บางคนใช้เพื่อทำให้การผ่อนบ้านหมดเร็วกว่าที่กำหนดกันในสัญญา แต่เรามาทำความเข้าใจและเปรียบเทียบกันดูดีกว่าว่าเมื่อรีไฟแนนซ์บ้านแล้วจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลงมากน้อยแค่ไหน

รีไฟแนนซ์ คือ การเปลี่ยนเจ้าหนี้ หรือไถ่ถอนสินเชื่อจากธนาคารเจ้าหนี้รายเก่ามาเป็นธนาคารเจ้าหนี้รายใหม่ เพราะส่วนใหญ่เวลาที่เราได้รับสินเชื่อจากธนาคารนั้นในช่วงปีแรกธนาคารจะให้ดอกเบี้ยที่ถูกมากๆ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เรามาขอสินเชื่อกับธนาคาร แต่เมื่อหมดช่วงโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยก็จะปรับขึ้นมาเป็นอัตราปกติที่จะสูงกว่าช่วงแรกมากพอสมควร ดังนั้นลูกหนี้อย่างเราก็เริ่มที่จะมองหาธนาคารแห่งใหม่ที่มีโปรโมชั่นในการรีไฟแนนซ์ที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำแทน

แต่เราจะมองที่อัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราจะต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อใหม่ทั้งหมด ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการประเมินมูลค่าหลักประกัน ค่าจดจำนองหลักประกัน ค่าใช้จ่ายในการทำประกันทั้งประกันอัคคีภัยและประกันวงเงินสินเชื่อ หรืออาจจะมีค่าปรับให้กับธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้รายเก่า ในกรณีที่เราปิดบัญชีสินเชื่อก่อนระยะเวลาที่ระบในสัญญา ซึ่งถ้าหากว่าเราเปรียบเทียบแล้วค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์สูงกว่าหรือเสียเวลาในการดำเนินการที่มากมายเกินกว่าจำนวนดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้ เราก็อาจจะต้องเลือกผ่อนสินเชื่อกับธนาคารเดิมก็เป็นได้

เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะทำการีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านเราจะต้องอ่านสัญญาสินเชื่อบ้านของเราให้เข้าใจก่อนว่าจะปิดบัญชีได้ภายในปีที่เท่าไรถึงจะไม่เสียค่าปรับ ส่วนใหญ่ก็มักจะกำหนดไว้ว่าห้ามปิดบัญชีก่อนครบกำหนด 3 ปี เพื่อการรีไฟแนนซ์บ้านในครั้งนี้จะได้ไม่มีต้นทุนที่มากเกินไป ทีนี้เรามาลองเปรียบเทียบกันดูดีกว่าว่าการผ่อนบ้านกับธนาคารที่เดิมกับการรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่นั้นแบบไหนจะคุ้มกว่ากัน

สมมติว่าเรามียอดสินเชื่อบ้านอยู่กับธนาคารเดิมทั้งหมด 3,000,000 บาท ผ่อนชำระมาแล้วทั้งหมด 3 ปี เหลือหนี้สินทั้งสิ้น 2,500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 7.775% ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะทำการรีไฟแนนซ์บ้านกับธนาคารอีกแห่งหนึ่งที่มีอัตราดอกเบี้ยถูกกว่า แต่เราจะต้องเสียค่าจดจำนอง ค่าประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ และค่าอากรแสตมป์ในการจดจำนอง แต่บางธนาคารก็อาจจะมีโปรโมชั่นที่ออกค่าจดจำนองให้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เราจะทำการรีไฟแนนซ์ แต่สำหรับการเปรียบเทียบนี้ก็สมมติว่าเราต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายนี้เองทั้งหมด ซึ่งเราก็ต้องมาเปรียบเทียบกันดูว่าดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์กับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอันไหนจะคุ้มกว่ากัน
ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของธนาคารรายใหม่ที่เราหามาได้ คือ ปีแรกให้อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 1.9% และปีต่อไปก็เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เพราะฉะนั้นเราก็มาดูกันก่อนว่าดอกเบี้ยที่เราจะประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์เป็นเท่าไร โดยเราจะหาได้จากสูตรนี้เลย
เงินต้น x (อัตราดอกเบี้ยเดิม – อัตราดอกเบี้ยใหม่) x จำนวนปีที่ดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าของเดิม

ดังนั้นจากเงินต้นคงเหลือของเรา คือ 2,500,000 บาท ถ้าเราเลือกทำรีไฟแนนซ์บ้านจะทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยได้เท่ากับ 146,875 บาท (2,500,000 x (7.775-1.9)/100 x 1)

จากนั้นเราก็มาดูทางด้านค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์บ้านกันบ้าง สิ่งแรกที่ต้องเจอก็คือ ค่าประเมินราคาทรัพย์สินใหม่ ที่ส่วนใหญ่จะประมาณ 3,000-4,000 บาท สมมติว่าครั้งนี้เท่ากัน 3,500 บาทสำหรับ ค่าประเมินราคา ค่าจดจำนองอีก 1% ของราคาทรัพย์สินแต่ไม่เกิน 200,000 บาท และค่าอากรแสตมป์อีก 0.05% ของวงเงินกู้แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าตามตัวอย่างนี้ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์ก็จะเท่ากับ 29,750 บาท โดยเป็นค่าจดจำนอง 25,000 บาท และค่าอากรแสตมป์อีก 1,250 บาท

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าดอกเบี้ยที่เราประหยัดได้นั้นมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรีไฟแนนซ์ ซึ่งตัวอย่างที่ยกตัวอย่างมานี้ไม่มีค่าปรับที่ปิดบัญชีก่อนกำหนด แต่ถ้าหากเราเลือกจะปิดบัญชีก่อนกำหนดเราจะมีค่าปรับเพิ่มขึ้นมาอีก 75,000 บาท (2,500,000 x 3/100) ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายจากการรีไฟแนนซ์เป็น 104,750 บาท ก็อาจจะทำให้เราตัดสินใจทำการรีไฟแนนซ์ยากสักหน่อย

ดังนั้นหากจะรีไฟแนนซ์บ้านกันก็ควรที่จะรอให้ถึงกำหนดปิดบัญชีได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่าปรับกันดีกว่า เพราะจะช่วยทำให้เรามีค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์น้อยลงและทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้นไปอีก

มาผ่อนคลาย สมอง น้อยๆของเรากันเถอะ!

ทุกวันนี้เราทุกคนทำงานกันอย่างหนักหักโหม จนหลายๆคนอาจลืมที่จะมีเวลาเพื่อดูแลตัวเองทั้งพลังงานสมองที่ถูกใช้หนักในแต่ละวัน สมองก็ย่อมอ่อนเพลียอ่อนล้าเป็นธรรมดา ในวันนี้เราลองมาดูวิธีที่ทำให้สมองได้รับการผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง

1. จิบน้ำบ่อย ๆ
สมองประกอบด้วยน้ำ 85 % เชลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เชลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อย ๆ

2. กินไขมันดี
คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่าง ปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดี ที่ทำให้เชลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

3. นั่งสมาธิวันละ 12 นาที
หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้ตั้งสติและนั่งสมาธิทุกเช้า วันละ 12 นาที เพื่อให้สมองเข้าสู่ช่วงที่มีคลื่นTheta ซึ่งเป็นคลื่นที่ผ่อนคลายสุด ๆ ทำให้สมองมี Mental Imagery สามารถจินตนาการเห็นภาพและมีความคิดสร้างสรรค์ ( ถ้าทำไม่ได้ตอนเช้า ) ให้หัดทำก่อนนอนทุกวัน

4. ใส่ความตั้งใจ
การตั้งใจในสิ่งใดก็ตาม เหมือนการโปรแกรมสมองว่านี่คือสิ่งที่ต้องเกิด ระหว่างวันสมองจะปรับพฤติกรรมเราให้ไปสู่เป้าหมายนั้น ทำให้ประสบความสำเร็จในสิ่งต่าง ๆ เพราะสมองไม่แยกระหว่างสิ่งที่ทำจริงกับสิ่งที่คิดขึ้น ทั้งสองอย่างจึงเป็นเสมือนสิ่งเดียวกัน

5. หัวเราะและยิ้มบ่อย ๆ
ทุกครั้งที่ยิ้มหรือหัวเราะ จะมีสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข หลั่งออกมาเท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีความอยากรักและหวังดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ

6. เรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน
สิ่งใหม่ในที่นี้หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น กินอาหารร้านใหม่ ๆ รู้จักเพื่อนใหม่ อ่านหนังสือเล่มใหม่ คุยกับเพื่อนร่วมงานและเรียนรู้วิธีการทำงานของเขา เป็นต้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟิน และโดปามีน ซึ่งเป็นสารแห่งการเรียนรู้ กระตุ้นให้อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์ ไปเรื่อย ๆ เมื่อมีความสุขก็ทำให้มีความคิดสร้างสรรค์

7. ให้อภัยตัวเองทุกวัน
ขณะที่การไม่ให้อภัยตัวเอง โกรธคนอื่น โกรธตัวเอง ทำให้เปลืองพลังงานสมอง การให้อภัยตัวเอง เป็นการลดภาระของสมอง

8. เขียนบันทึก Grateful Journal
ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละวันลงในสมุดบันทึก เช่น ขอบคุณที่มีครอบครัวที่ดี ขอบคุณที่มีสุขภาพที่ดี ขอบคุณที่มีอาชีพที่ทำให้มีความสุข เป็นต้น เพราะการเขียนเรื่องดี ๆ ทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีที่ดีออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย มีความคิดสร้างสรรค์

9. ฝึกหายใจลึก ๆ
สมองใช้ออกชิเจน 20 25 % ของออกชิเจนที่เข้าสู่ร่างกาย การฝึกหายใจเข้าลึก ๆ จึงเป็นการส่งพลังงานที่ดีไปยังสมอง ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้ออกชิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น ถ้านั่งทำงานนาน ๆ อาจหาเวลายืนหรือเดินยึดเส้นยืดสายเพื่อให้ปอดขยายใหญ่ สามารถหายใจเอาออกชิเจนเข้าปอดได้เพิ่มขึ้นอีก 20 %

ที่มา askhanuman.co.th

เน็ตไอดอลเสียงใส เบียร์ เดอะวอยซ์ ลุคใหม่เซ็กซี่เบาๆ

เพื่อนๆ ยังจำ เน็ตไอดอลสาวหน้าแบ๊ว เบียร์ เดอะวอยซ์ หรือ เบียร์ ภัสรนันท์ ได้ไหมค่ะ? เธอเคยฟากเสียงร้องใสๆ ไว้บนเวที The Voice Thailand

ลุคของเบียร์ตอนนั้น เป็นสาวหน้าแบ๊ว ยิ้มหวานๆ บวกหน้าใสๆ ก็ทำเอาหนุ่มๆ ที่ได้เห็นและฟังเสียงเธอใจละลายกันมาแล้ว แต่ลุคล่าสุดที่ดูเธอจะเป็นสาวขึ้น ก็น่ารักไม่แพ้กัน แต่เพิ่มเข้ามาคือความเซ็กซี่ เห็นใส่ชุดว่ายน้ำสีดำ เว้าตรงเอว ผิวขาวออร่าอย่างกับสาวเกาหลี น่าจริงๆ ค่ะ

วันนี้ มีรูปของเบียร์ มาให้ดูกันด้วย ไปชมกันเลยค่ะ

[iOS Tips] วิธีการเปิดใช้งาน Night Shift โหมดถนอมสายตาขณะใช้งาน iPhone ตอนกลางคืน

สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน iOS 9.3 ที่ถือว่า เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Night Shift ซึ่งเป็นฟีเจอร์ปรับแสงบนหน้าจอให้กลายเป็นแสงสีเหลืองในเวลากลางคืน เพื่อถนอมสายตาขณะใช้งาน

โดยแสงสีเหลืองบนหน้าจอนั้น จะคล้ายๆ กับหลอดไฟแบบ Warm White หรือหลอดไฟแสงส้ม ซึ่งแสงเหล่านี้ มีผลต่อการหลั่งฮอร์โมนที่มีชื่อว่า เมลาโทนิน

โดย เมลาโทนิน นั้น เป็นฮอร์โมนที่ถูกหลั่งออกมาเพื่อเป็นการบอกให้ร่างกายได้รับรู้ว่า ถึงเวลานอนแล้ว ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกง่วงและอยากนอนพักผ่อน แต่ฮอร์โมนดังกล่าว จะถูกยับยั้งการสร้างโดย แสงสีฟ้า บนหน้าจอสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ที่ชอบเล่นสมาร์ทโฟนก่อนนอน เกิดอาการตาค้าง และนอนไม่เต็มอิ่ม เนื่องจากร่างกายเกิดการเข้าใจผิดว่า เป็นเวลากลางวัน ทำให้ไม่มีการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมานั่นเอง

สำหรับวิธีการเปิดใช้งาน Night Shift นั้น ผู้ใช้จำเป็นต้องจะอัปเดตให้เป็น iOS 9.3 เสียก่อน หลังจากนั้น ให้เข้ามาตั้งค่าการใช้งานที่ Settings > Display & Brightness > Night Shift ซึ่งจะมีเมนูตั้งค่าการใช้งาน 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

  • Schedule จะเป็นการตั้งเวลาเปิดปิดโหมด Night Shift ซึ่งจะมีตัวเลือก 2 แบบ นั่นก็คือ ตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตก กับ กำหนดเองว่าจะเปิดใช้งานตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง
  • Manually Enable Until Tomorrow เปิดใช้งาน Night Shift และจะปิดเองเมื่อถึงพรุ่งนี้เช้า
  • Color Temperature ปรับโทนสีของ Night Shift

นอกจากนี้ ยังสามารถเปิด-ปิดการใช้งานได้จาก Control Center อีกด้วย

ถึงแม้ว่า Night Shift จะเป็นตัวช่วยในการช่วยลดแสงสีฟ้าขณะใช้งาน iPhone ในตอนกลางคืน แต่เพื่อสุขภาพที่ดี ไม่ควรเล่นสมาร์ทโฟนก่อนนอนจนติดเป็นนิสัย และเข้านอนให้เป็นเวลาเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จะดีกว่าครับ

ผลสำรวจจาก UK ผู้หญิงหรือผู้ชาย ที่ใช้มือถือเล่นอินเทอร์เน็ตมากกว่ากัน?

เดาได้ว่าหลายคนน่าจะตอบถูก เพราะคำตอบก็คือ ผู้หญิง! ดูเหมือนว่าผลการศึกษานี้จะไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักที่ผู้หญิงจะใช้เวลาอยู่บน อินเทอร์เน็ตนานกว่าผู้ชาย

ผลสำรวจ

จากรายงานของ UKOM ได้กล่าวไว้ว่า กว่าครึ่ง (49%) ของผู้หญิงชาวอังกฤษใช้เวลาอยู่บนอินเทอร์เน็ตพร้อมสมาทโฟนของเธอ โดย 59% เป็นหญิงสาวในช่วงวัย 18-24 ปี เมื่อเทียบกับฝ่ายชายแล้วมีเพียงแค่ 39%

สำหรับ PC และแล็ปท็อป จัดเป็นอุปกรณ์หลักของฝ่ายชายในการใช้อินเทอร์เน็ตนับเป็นจำนวน 48% เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ใช้ PC และแล็ปท็อปเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ที่ 35% นอกจากนี้ ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงใช้เวลากับโซเชียลมีเดีย ช้อปปิ้ง และเล่นเกมบนแอปพลิเคชันเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้เมื่อเดือนเมษายน ปี 2016 ยังมีตัวเลขที่น่าตกใจของสาวๆ เหล่านี้ที่ใช้เวลาถึง 4.8 พันล้านนาทีในการเล่นโซเชียลมีเดียบนสมาทโฟน และ 1.5 พันล้านนาทีไปกับการดูสินค้าจากร้านค้าออนไลน์ เห็นได้ชัดว่าการทำความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้บริโภคว่ามีความแตกต่างกันใน แต่ละแพลตฟอร์มจะเป็นตัวช่วยให้เอเจนซี่และนักโฆษณาวางแผนแคมเปญได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้น
เช่นการค้นพบว่า ผู้ชายจะใช้แล็ปท็อปท่องอินเทอร์เน็ตมากกว่าสมาทโฟน

หลังจากผลการสำรวจครั้งนี้ ทำให้หลายๆ บริษัทในอังกฤษได้ออกแคมเปญ ‘It’s good to talk’ ที่สนับสนุนให้บรรดาผู้ชายใช้เวลาแชท พูดคุย เพื่อเชื่อมต่อและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น

ที่มา : Marketingtechnews

10 สุดยอดมือถือดีไซน์แปลกจาก Nokia ที่ผู้ใช้ลงความเห็นว่าอยากให้นำกลับมาขายใหม่อีกครั้ง!

10 สุดยอดมือถือดีไซน์แปลกจาก Nokia ที่ผู้ใช้ลงความเห็นว่าอยากให้นำกลับมาขายใหม่อีกครั้ง! ย้อนอดีตไปดูกันว่า มือถือรุ่นใดจะโดนใจผู้ใช้มากที่สุด

หากท่านใดที่ติดตามข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนอย่างเป็นประจำ ก็จะพอทราบว่าอดีตแบรนด์ผู้ผลิตมือถือยอดนิยมอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Nokia กำลังจะกลับมาทวงคืนบัลลังก์ราชาของวงการมือถืออีกครั้ง

โดยในขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการโอนสิทธิ์ต่างๆ ให้กับบริษัท HMD global, Oy ที่ทำการซื้อสิทธิ์การผลิตมือถือ Nokia มาจาก Microsoft ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในครึ่งหลังของปีนี้ จึงมีความเป็นไปได้ว่าในปี 2017 เราจะได้เห็นการกลับมาของมือถือภายใต้แบรนด์ Nokia อีกครั้งหนึ่ง

และในวันนี้ได้ทำการรวบรวม 10 มือถือดีไซน์สุดแปลกจาก Nokia ที่แฟนๆ ต่างลงความเห็นว่าควรจะนำมาผลิตอีกสักครั้งให้ได้ชมกัน เพื่อเป็นการหวนรำลึกถึงความรุ่งโรจน์ของแบรนด์ Nokia ในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งจะมีรุ่นใดบ้างนั้น เชิญติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยค่ะ

Nokia N-Gage และ Nokia N-Gage QD

Nokia N-Gage และ Nokia N-Gage QD วางจำหน่ายในปี 2003 และเป็นมือถือเพื่อคนรักเกมโดยเฉพาะ ด้วยการดีไซน์ตัวเครื่องที่มีลักษณะคล้ายกับคอนโทรลเลอร์เกม จึงทำให้เล่นเกมต่างๆ ได้อย่างเพลิดเพลิน

Nokia 7280

Nokia 7280 วางจำหน่ายในปี 2005 ซึ่งมาพร้อมการดีไซน์ตัวเครื่องสุดแหวกแนวในลักษณะคล้ายแท่งลิปสติก และเมื่อดึงตัวเครื่องออกมาก็จะพบหน้าจอไซส์เล็กไว้สำหรับใช้งาน

Nokia 7600

Nokia 7600 มือถือรุ่นแรกๆ ที่รองรับการใช้งานบนเครือข่าย 3G ในต่างประเทศ และเป็นอีกหนึ่งมือถือที่มีการดีไซน์ที่ค่อนข้างแปลกไปจากมือถือตามท้องตลาด ทั่วไป ด้วยรูปทรงลักษณะตัวเครื่องที่คล้ายกับใบไม้ พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 2 นิ้ว ความละเอียด 128×160 พิกเซล และมีกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียดระดับ VGA

Nokia 7700

Nokia 7700 มือถือที่เปรียบเสมือนต้นแบบของสมาร์ทโฟนหน้าจอระบบสัมผัสในปัจจุบัน ด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 640×320 พิกเซล ซึ่งทำการเปิดตัวในปี 2003 และถูกยุติการผลิตไปในปีต่อมา

Nokia 3250

Nokia 3250 มือถือ Symbian สำหรับคนรักเสียงเพลงอย่างแท้จริง ที่มาพร้อมปุ่มควบคุมการฟังเพลงในด้านหลังของตัวเครื่อง ซึ่งสามารถหมุนส่วนล่างของตัวเครื่องไปมาได้ โดยทำการวางจำหน่ายในปี 2005

Nokia N90, N93 และ N93i

มือถือทั้ง 3 รุ่นนี้วางจำหน่ายในปี 2005, 2006 และ 2007 ตามลำดับ โดยมาพร้อมกับตัวเครื่องแบบฝาพับสำหรับคนรักการถ่ายภาพ ด้วยกล้องดิจิทัลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล (สำหรับ N90) และกล้องความละเอียด 3.2 ล้านพิกเซล (สำหรับ N93) พร้อมไฟแฟลช LED ซึ่งสามารถปรับหมุนฝาพับมีลักษณะที่ต้องการได้ตามการใช้งาน

Nokia 3650

Nokia 3650 มือถือที่มีดีไซน์แปลกด้วยรูปร่างคล้ายรีโมทคอนโทรลของโทรทัศน์ ซึ่งวาง จำหน่ายไปเมื่อปี 2002 ต่อมาในปี 2003 มือถือดีไซน์รีโมทก็กลับมาอีกครั้งในรุ่น Nokia 3620 และ 3650

Nokia 7370

Nokia 7370 มือถือดีไซน์สุดเก๋ไก๋ ที่แหวกแนวมาจากมือถือฝาพับแบบธรรมดา ด้วยตัวเครื่องแบบฝาหมุนได้ ซึ่งวางจำหน่ายในปี 2006

Nokia N91

Nokia N91 มือถือสุดพรีเมียม วางจำหน่ายในปี 2006 ที่ผ่านมา ซึ่งมีหน่วยความจำภายใน (ROM) มากถึง 4GB พร้อมรองรับการใช้งานบนเครือข่าย 3G, สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi และใช้งานกล้องดิจิทัลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล บนตัวเครื่องการดีไซน์สุดแปลกด้วยแผงปุ่มควบคุมการฟังเพลงที่เป็นฝาครอบแป้น ปุ่มกดตัวเลข

Nokia 6800

Nokia 6800 มือถือสำหรับนักธุรกิจที่ต้องทำการติดต่อกับผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสามารถกางแป้นพิม QWERTY ที่ซ่อนอยู่ภายในออกมาใช้งานได้ในแนวนอน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมือถือที่มีการดีไซน์แปลกที่สุด ซึ่งทำการวาง จำหน่ายในปี 2002 และในปี 2005 ก็มีการเปิดตัว Nokia E70 ที่ใช้ดีไซน์นี้ออกมาเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

น้องจีจี้ สาวน้อยแก้มป่อง ร้องไห้ง้อแง้เมื่อถูกตัดผมครั้งแรก

 น้องจีจี้ สาวน้อยแก้มป่อง

ส่องความน่ารัก น่าชัง! น้องจีจี้ สาวน้อยแก้มป่อง ร้องไห้ง้อแง้เมื่อถูกตัดผมครั้งแรก

        เมื่อไม่นานมานี้ก็เกิดรอยยิ้มปนมากับเสียงหัวเราะ สำหรับคลิปวีดิโอสาวน้อยแก้มป่อง ตาโต นั่งตัดผมด้วยความขมขื่นใจ ในขณะที่ผู้คนที่ได้ดูคลิปกับมองเห็นถึงความน่ารัก น่าเอ็นดูสุดๆ

สาวน้อยคนนี้มีชื่อว่าจีจี้ค่ะ อายุ 3 ขวบ เรื่องมีอยู่ว่าการตัดผมครั้งนี้ถือเป็นครั้งในชีวิตของเธอค่ะ เธอจึงเกิดอาการกลัวร้องไห้ง้อแง ต้องใช้วีธีการหลอกล่ออยู่นานเลยทีเดียว

แต่ผลลัพธ์ที่ออกถือว่าน่ารักสุดๆ ค่ะ และก็เป็นที่ถูกใจเหล่าบรรดาแฟนๆ ที่ติดตามนับหมื่นคนเลยทีเดียว

เริ่มตบศุกร์นี้ ศึกลูกยาง “เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016” + เวลาแข่งทีมสาวไทย พร้อมช่องถ่ายทอดสด

 ศึกลูกยาง "เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016"

เริ่มตบศุกร์นี้ ศึกลูกยาง “เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016” + เวลาแข่งทีมสาวไทย พร้อมช่องถ่ายทอดสด

โปรแกรมการแข่งขันเฉพาะทีมชาติไทย ในศึกวอลเลย์บอลหญิง “เวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016” รอบแรก

โดยรายการนี้ ช่อง 7 สี และ เว็บไซต์ Bugaboo.tv ถ่ายทอดสดทุกนัด ที่ทีมชาติไทยลงสนาม

สนามแรก ณ ประเทศจีน  ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2559 
วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2559 // เวลา 18.30 น.
– ไทย พบ จีน  (ช่อง 7 สี)

วันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน 2559 // เวลา 14.00 น.  
– ไทย พบ สหรัฐอเมริกา(ช่อง 7 สี)

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2559 // เวลา 14.00 น.
– ไทย พบ เยอรมนี (ช่อง 7 สี)
————————————————————————

สนามที่ 2 ณ ประเทศอิตาลี ระหว่าง 17-19 มิถุนายน 2559  
คืนวันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2559 // เวลา 01.30 น.
– ไทย พบ อิตาลี (ช่อง 7 สี)

วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน 2559 // เวลา 22.30 น.
– ไทย พบ รัสเซีย (ช่อง 7 สี)

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2559 // เวลา 22.30 น.
– ไทย พบ เนเธอร์แลนด์ (ช่อง 7 สี)
————————————————————————


สนามที่ 3 ณ ประเทศญี่ปุ่น  ระหว่าง 24-26 มิถุนายน 2559
วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน 2559 // เวลา 17.10 น.
– ไทย พบ ญี่ปุ่น (ช่อง 7 สี)

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 //เวลา 14.10 น.
– ไทย พบ รัสเซีย(ช่อง 7 สี)

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2559 // เวลา 14.10 น.
– ไทย พบ เซอร์เบีย (ช่อง 7 สี)

ส่วนการแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ จะแข่งขันใน ระหว่างวันที่ 6-10 กรกฎาคม 2559 ที่อินดอร์เตเดี้ยมหัวหมาก กรุงเทพมหานคร

โดยทีมชาติไทย จะพบกับทีมที่มีคะแนนดีที่สุด 5 ทีมจากการแข่งขันใน 3 สนาม โดย ไทยทีวีสีช่อง 3 ถ่ายทอดสดทุกนัด ที่ทีมชาติไทยลงสนาม