ล้วงลึกการเงินของคน GEN-Y

ล้วงลึกการเงินของคน GEN-Y

ล้วงลึกการเงินของคน GEN-Y

เดี๋ยวนี้คำว่าคน GEN-Y เป็นที่คุ้นหู และดูคุ้นเคยสำหรับใครหลายๆคน นักวิชาการหลายท่านก็ออกมาบอกพฤติกรรมและแนวความคิดของคน GEN-Y ว่ามีวิธีการใช้ชีวิต การตัดสินใจในเรื่องต่างๆอย่างไร แล้วเรื่องการเงินล่ะ คน GEN-Y มีวิธีจัดการการเงินอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลของคน GEN-Y มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
ลักษณะของคน GEN-Y เป็นอย่างไร

ลักษณะของคน Gen-Y นั้นเรียกได้ว่าเป็นลักษณะเฉพาะของคน GEN นี้เลยทีเดียว เริ่มจากการมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบทำอะไรในกรอบ เกลียดการถูกบังคับ มีความคิดเป็นของตัวเอง รักอิสระ และชอบเทคโนโลยี ซึ่งช่วงวัยในปัจจุบันคนกลุ่มนี้คืออยู่ในช่วงวัยทำงานและวัยเรียน ซึ่งในวัยทำงานคน GEN-Y กลายเป็นประเด็นหลายๆด้านเช่น สไตล์การทำงานที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ไฟพุ่งพล่าน ต้องการความสำเร็จแต่ขาดประสบการณ์ และมักไม่ฟังคำแนะนำของคนรุ่นก่อน ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารเป็นดั่งลมหายใจ ใจร้อน และมักมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง

ด้วยไลฟ์สไตล์แบบนี้ คน Gen-Y จึงถูกมองว่าเป็นวัยที่จ่ายตามใจตัวเอง มักมีปัญหาหนี้สินที่เกิดจากความต้องการ แต่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้คน GEN-Y มีการแสดงออกทางสังคมแบบนี้มาจาก คน Gen-Y เกิดมาในช่วงปี พ.ศ. 2523 -2540 มีอายุ 18 ถึง 35 ปี มาพร้อมกับยุคที่เศรษฐกิจกำลังกลับมาเฟื่องฟูและเกิดมาในครอบครัวที่มีพร้อมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกลุ่มคน GEN ไหนๆ มาก่อน คนกลุ่มนี้จึงถูกมองว่าเป็นพวกวัตถุนิยมไปโดยปริยาย เพราะนิสัยและค่านิยมของคนกลุ่มนี้จะแตกต่างกับคนรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ เพราะเกิดมาในยุคที่มีความเจริญของเทคโนโลยี-อินเทอร์เน็ตเข้ามาอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวัน
คน GEN-Y มองการเงินอย่างไร

อย่างที่อธิบายลักษณะของคน GEN-Y ไปจะเห็นได้ว่าคน GEN-Y มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น หลายอย่างนั้นคือ การใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตอย่าง Social Media เป็นแขนขาเป็นอวัยวะอย่างหนึ่งของชีวิต ทำให้มีลักษณะการใช้ชีวิตที่คล่องตัวสูง รักอิสระ ใช้เงินเก่ง แต่ก็มีทัศนคติที่ต้องการสร้างความมั่นคงให้รวยได้เร็วที่สุด และเป็นคนช่างเลือกมีมาตรฐานสูง ดังนั้น คน GEN Y ที่มีความรู้ในการลงทุนมักไม่ค่อยชอบเสี่ยง ไม่นิยมลงทุนทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูง แต่เลือกที่จะเก็บเป็นเงินสดไว้มากกว่า
คน GEN-Y วางแผนการเงินอย่างไร

มีหลายๆคนเป็นกังวลกับการใช้ชีวิตของคน GEN-Y ว่าในวัยเกษียณของคน GEN-Y เขาจะใช้ชีวิตอย่างไร เพราะด้วยสไตล์การใช้ชีวิตของคน GEN-Y ทำให้หลายคนๆมองว่าเขาไม่คิดถึงอนาคต ไม่เก็บออม ชอบทำให้ตัวเองมีหนี้สิน มีชีวิตตามกระแส แต่จริงๆแล้วคน GEN-Y เป็นคนที่อยู่กับเทคโนโลยี ความสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ได้ดี ด้วยความกระตือรือร้นรวมทั้งพลังที่มีอย่างเต็มเปี่ยม จึงทำให้คน GEN-Y เหมาะกับความสร้างสรรค์ และคน GEN-Y ก็มองถึงอนาคตของตัวเอง จะเห็นได้ว่าคน GEN-Y อยากที่จะมีอิสระทางการเงินด้วยการทำธุรกิจเป็นของนั่นเอง นั่นการันตีได้ว่าเขามีการวางแผนทางการเงินเสมอ เพียงแต่ว่าด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตจึงทำให้พวกเขารอบคอบในการใช้เงินสักหน่อยนั่นเอง
การเงินที่เหมาะกับคน GEN-Y

1. ควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนด้วยการทำบันทึกรายรับรายจ่ายบนสมาร์ทโฟน โดย Application ต่างๆ เพื่อทำให้เรารู้สถานะทางการเงินของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา

2. วางแผนในการเคลียร์หนี้สินให้หมดสิ้นตั้งแต่วันที่เงินเดือนออก ทั้งค่าที่พัก ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่างวดรถ หนี้บัตรเครดิต

3. เมื่อจ่ายหนี้สินต่างๆหมดแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือแบ่งเงินออม เพื่อที่จะสามารถนำเงินที่เหลือไปใช้จ่ายอื่นๆได้ ทางที่ดีถ้าสามารถวางแผนการออมเงินได้ จะเป็นแรงจูงใจอย่างดี เรียกง่ายๆว่าการตั้งเป้าหมาย เมื่อมีเป้าหมายก็ต้องมีการวางแผนการใช้เงินที่ชัดเจนขึ้น การออมส่วนใหญ่ที่แนะนำเช่น การลงทุนหุ้น ตราสารต่างๆ การออมเงินสด การเข้าโครงการออมเพื่อวัยเกษียณ เป็นต้น ที่สำคัญคืออย่าเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียวเพราะดอกเบี้ยนั้นไม่คุ้มกับอัตราเงินเฟ้อ แต่ควรนำเงินส่วนหนึ่งไปทำให้งอกเงยผ่านการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นบ้าง เพื่อเพิ่มผลตอบแทนได้เร็วขึ้น

4. การวางแผนภาษี เพราะต้องเสียภาษีทุกคน ดังนั้นการวางแผนทางการเงินจะทำให้เรารู้ว่าการลงทุนใดสามารถช่วยลดหย่อนภาษีได้บ้าง เช่น ความรู้ในการซื้อ LTF/RMF และประกันชีวิต ที่สามารถนำมาหักลดหย่อนเพิ่มเติมได้
หากคน GEN-Y ต้องการที่จะปลดแอกให้ชีวิตเข้าสู่อิสระทางการเงินของตัวเองแล้ว คงจะมองเห็นว่าการใช้ไฟ พลังงานความคิดสร้างสรรค์ ความกล้า แปลกและแตกต่างนั้นสร้างผลงานดีๆ ให้ตัวเองมีความมั่นคงและความมั่งคั่งทางการเงินจากงานที่ทำงานที่รักแล้ว การวางแผนทางการเงินจะช่วยให้คุณก้าวไปสู่จุดนั้นได้ง่ายมากขึ้น เพราะความมีวินัย ระเบียบ ในการใช้เงินที่ได้วางแผนไว้เป็นอย่างดี จะช่วยควบคุมการใช้ชีวิตของคน GEN-Y ให้มีสมดุลในชีวิตมากยิ่งขึ้นนั่นเอง แล้วเมื่อบวกกับเงินออมที่ลงทุนไปแล้ว อิสระในการใช้ชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เรียกได้ว่าความฝันที่จะมีอิสระที่แท้จริงอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงเพิ่มคำว่า วินัย เท่านั้นนั่นเอง

การเงินการธนาคารจัดสัมมนา “อภิมหาสงครามหุ้นแห่งศตวรรษ”

การเงินการธนาคารจัดสัมมนา "อภิมหาสงครามหุ้นแห่งศตวรรษ"

การเงินการธนาคารจัดสัมมนา “อภิมหาสงครามหุ้นแห่งศตวรรษ”

MONEY & BANKING IN THEATRE EPISODE II
STOCK WARS : SMART BEAR VS RICH BULL
อภิมหาสงครามหุ้นแห่งศตวรรษ
วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 13.00 -17.00 น.
ณ SF World Cinema ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องกับสัมนาเจาะลึกการลงทุนในหุ้นจากกูรูขั้นเทพ เมื่อปีที่แล้ววารสารการเงินธนาคารและ Money & Banking Television จัดสัมมนาในโรงภาพยนต์ขึ้นเป็นครั้งแรกภายใต้ชื่อ MONEY & BANKING IN THEATRE EPISODE I : STOCK RANGER ล่าหุ้นสุดขอบฟ้า ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม มีนักลงทุนให้ความสนใจเข้าฟังเต็มโรงภาพยนต์ และในปีนี้ กลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง MONEY & BANKING IN THEATRE EPISODE II STOCK WARS SMART : BEAR VS RICH BULL อภิมหาสงครามหุ้นแห่งศตวรรษ นักลงทุนที่ STRONG เท่านั้น จึงจะเป็นผู้ชนะในสงครามครั้งนี้

ช่วงที่ 1 เช็คลิสต์ ค้นพบเทคนิคการลงทุนสไตล์ Smart Bear vs Rich Bull
(โดย : คุณณัฐวัฒน์ อ้นรัตน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)

• ค้นพบรูปแบบและธรรมชาติการลงทุนในสไตล์ Smart Bear vs Rich Bull
• จับจุด ลดข้อผิดพลาดการลงทุนในอดีต
• เทคนิคลงทุนสร้างความสำเร็จตามสไตล์ Smart Bear vs Rich Bull
ช่วง 2 Special Guest เสริมอาวุธ สร้างพอร์ตแกร่ง
อัศวินแห่งกองทุน: (โดย : คุณวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย
• เคล็ดไม่ลับ บริหารพอร์ตเงินล้านผ่านกองทุน
• แปรประเด็นเศรษฐกิจเป็นโอกาสการลงทุน
• กองทุนที่น่าสนในสไตล์ของ Smart Bear // Rich Bull
อัศวินแห่ง Super Trader (โดย : คุณปุณยวีย์ จันทรขจร หรือ โค๊ชเป๊ก)
• สร้างพอร์ตเงินล้านด้วยสไตล์การลงทุนแบบ Swing Trade
• ประเมินวัฐจักรสินทรัพย์ผ่านแนวโน้มเศรษฐกิจ
• เทคนิคการลงทุน สร้างกำไร (เครื่องมือ // สินทรัพย์ // สินค้า // ที่ใช้ในการสร้างกำไร)

ช่วงที่ 3 ประกาศชัยชนะแห่งศตวรรษ ค้นหาหุ้น STRONG
• ปัจจัยลงทุนหุ้นครึ่งปีหลัง 2559
• กรอบการซื้อขาย และกลยุทธ์การลงทุน
• เผยหุ้นเด็ด พร้อมอธิบายรายละเอียดแบบเรียงตัว
งานนี้วารสารการเงินธนาคารตั้งใจจัดหนักจัดเต็มเอาใจนักลงทุนเพื่อให้เป็นผู้ชนะในสงครามหุ้นอย่างแท้จริง สำหรับนักลงทุนและผู้ที่สนใจการลงทุนติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่คุณแพรวพรรณ์ พรมงาม (ก้อย) โทร: 0-2690-0921-2 หรือคุณปัจฉิมา พรมวงษ์ (นิกกี้) โทร : 0-2691-4126-30 ต่อ 131 http://www.moneyandbankingtv.com/

ข้อดีของบัตรเครดิต ที่หลายคนอาจไม่รู้

ข้อดีของบัตรเครดิต ที่หลายคนอาจไม่รู้

ข้อดีของบัตรเครดิต ที่หลายคนอาจไม่รู้

  บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือหรือสื่อกลางที่ใช้แทนเงินสดของผู้คนมานานนับก็หลายทศวรรษ น่าจะเป็นไปได้ว่าคนที่เข้าหลักเกณฑ์สามารถสมัครบัตรเครดิตได้คงมีบัตรเครดิตกันอย่างน้อยก็ต้องคนละใบ ส่วนบางคนไม่ต้องพูดถึงมีกันหลายใบ บางคนเป็นสิบใบก็มี แต่ก็มีเหมือนกันสำหรับคนที่ไม่มีบัตรเครดิต ด้วยความที่เข้าใจว่าบัตรเครดิตเป็นบัตรที่ใช้รูดเพื่อจ่ายค่าสินค้าหรือบริการแทนเงินสดเท่านั้น

ดังนั้น หากมีเงินสดเพียงพอที่จะใช้จ่ายอยู่แล้ว บัตรเครดิตก็ถือว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น อย่างที่ไปอ่านเจอเข้าในกระทู้หนึ่ง ตาม link นี้ http://pantip.com/topic/35137765 ที่เจ้าของกระทู้เข้ามาตั้งกระทู้เพราะความสงสัยในเรื่องประโยชน์ของการใช้บัตรเครดิต เนื่องจากเพราะไม่เคยใช้และไม่รู้จริง ๆ ว่าหากมีเงินสดแล้ว บัตรเครดิตจะจำเป็นตรงไหน
ที่จริงการมีเงินสดแต่พอเพียงไว้ในกระเป๋าเพื่อเป็นการใช้จ่ายแบบเจ้าของกระทู้ และไม่ต้องเข้ามายุ่งกับบัตรเครดิตก็ถือเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าปัจจุบันคนที่ใช้บัตรเครดิตแบบไม่มีวินัยแล้วต้องตกอยู่กับวังวนปัญหาหนี้สินบัตรเครดิตจนถอนตัวไม่ขึ้นก็มีให้เห็นกันมากมาย จนบางครั้งมีคนไม่รู้เรื่องบัตรเครดิตมาถาม เราเองก็ไม่อยากจะสอนให้เลย คือ ไม่รู้นะดีแล้ว
แต่ในความเป็นจริง บัตรเครดิตมีข้อดีอยู่มากมาย หากเราใช้อย่างถูกทางก็เหมือนบัตรเครดิตสามารถอำนวยความสะดวกและให้ผลประโยชน์กับเราได้อยู่เหมือนกัน หากเราบริหารจัดการได้ดี ก็แทบไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้บัตรเครดิตเลยด้วยซ้ำไป อย่างในกระทู้ก็มีผู้มีประสบการณ์จากการใช้บัตรเครดิตเพื่อประโยชน์ที่หลากหลายต่างก็เข้ามาให้คำตอบเพื่อคลายความสงสัยกับเจ้าของกระทู้กันอย่างคึกคัก
ข้อดีอย่างแรกของบัตรเครดิตที่มีหลายท่านเข้ามาให้ความเห็นในกระทู้ ก็เป็นเรื่องของการไม่ต้องพกเงินสดในกระเป๋าเยอะ แค่บัตรเครดิตใบเดียว เงินสดก็พกแค่พอประมาณ ก็ช่วยในทั้งเรื่องความสะดวกไม่ต้องพกเงินเยอะและอันตรายจากการต้องพกเงินเยอะด้วยเช่นกัน

ข้อดีอีกเรื่องก็เป็นเรื่องของการได้เครดิตจากการจับจ่ายใช้สอยซื้อของ รูดบัตรไปก่อน กว่าจะต้องนำเงินไปชำระก็ประมาณเดือนหน้า สินค้าบางอย่างที่มีราคาสูงหน่อย ก็สามารถใช้บัตรเครดิตผ่อนได้ มีโปรโมชั่นมากมายที่ออกมาเพื่อกระตุ้นให้คนใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 0% 3 เดือน 6 เดือน หากเป็นสินค้าที่เราตั้งใจและจำเป็นที่จะซื้ออยู่แล้ว ก็สามารถรูดผ่านบัตรเครดิตได้

นอกจากนั้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ยังสามารถสะสมเป็นคะแนนเพื่อแลกของรางวัลต่าง ๆ ได้ตามสไตล์ที่เราชอบ อาจเป็นเครดิตเงินสดคืนเข้าบัญชี แลกของใช้เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแลกเป็นตั๋วเครื่องบิน ตั๋วหนัง voucher เงินสดของร้านค้าต่าง ๆ มีให้เลือกมากมาย
บัตรเครดิตทุกธนาคารในปัจจุบันก็จะมีการร่วมมือกับทางร้านค้า ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าปั๊มน้ำมัน เพื่อทำโปรโมชั่น ถือเป็นข้อดีของผู้ถือบัตรเครดิต อาจได้ส่วนลด มีของแถม โปรโมชั่นดีกว่าจ่ายเป็นเงินสดซะอีก โปรโมชั่นก็มีหลายรูปแบบ ลดราคาทันที เช่น ลด 10% หรือ มา 4 จ่าย 3 หรือ เป็นของแถมของรางวัล เช่น ครบ 5,000 บาท ได้กระเป๋า หรือ อาจะเป็นในรูปแบบของเงินคืน Cash back ทุกยอดการใช้จ่ายภายในวันนี้หรือซื้อสินค้ารวมของแผนกนี้จะได้คืน 1% เป็นต้น
บางคนก็เข้ามาให้ความเห็นบอกถึงประโยชน์ของบัตรเครดิตที่ใช้ในการทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่วงเงินไม่มากนัก และต้องจ่ายเงินคืนเต็มวงเงินทุกครั้งเพื่อไม่ให้เสียดอกเบี้ย เนื่องจากบัตรเครดิตโดยมากรอบบัญชีการจ่ายเงินที่ปลอดดอกเบี้ยจะสูงถึง 55 วัน ผู้ที่ทำธุรกิจก็จะสามารถนำเวลาปลอดดอกเบี้ยช่วงนี้ไปบริหาร อาจเป็นการให้เครดิตกับลูกค้า 15-20 วัน ก็จะได้เปรียบคู่แข่งของเราที่ต้องให้ลูกค้าจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น
ความสะดวกในการจ่ายบิลค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต รวมไว้ในบัตรเครดิตใบเดียว ก็ถือเป็นความสะดวกอย่างมาก ถึงเวลาตัดบัญชีไป พอครบกำหนดต้องชำระตามเวลา ก็ไปชำระทีเดียวรวมกับยอดใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย หากต้องคอยไปตามจ่ายบิลทีละใบ บางทีลืมเดี๋ยวโดนตัดโน่นตัดนี่ ก็ปวดหัวกันอีก

การซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตหรือออนไลน์ หากมีบัตรเครดิตก็ถือว่าสะดวกมาก หากไม่มีนี่ก็หมดหวังไปเลย การจองห้องพัก โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เช่ารถ ต้องใช้บัตรเครดิตทั้งนั้น หากจองล่วงหน้าแบบนี้ถือเป็นความจำเป็นต้องมีบัตรเครดิตด้วยซ้ำไป ไม่อย่างนั้นก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องจองกันอย่างไร เดี๋ยวนี้ยังมีให้จ่ายเงินสดล่วงหน้ากันอีกหรือไม่ คิดว่าไม่น่าจะมีแล้ว หรือการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แม้จะต้องมีการพกเงินสกุลนั้นติดตัวไปบ้าง เผื่อต้องซื้อของ การมีบัตรเครดิตสักใบก็ถือเป็นความสะดวกมาก เพราะสามารถใช้รูดซื้อสินค้าได้ในทุกประเทศเมื่อเราเดินทางไป ไม่ต้องพกเงินไปเยอะแยะ
เรื่องค่าธรรมเนียมรายปี ถึงแม้จะมีชาร์ตเข้ามาในบัตรเครดิต แต่ถ้าเรามียอดการใช้จ่ายตามที่แต่ละประเภทของบัตรระบุไว้ เราก็สามารถโทรไปขอ waive ค่าธรรมเนียมรายปีนี้ได้ แทบไม่ต้องเสีย เหมือนใช้บัตรเครดิตฟรีเลย
บางคนก็เข้ามาให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจมาก เป็นเหตุผลที่บางคนไม่เคยนึกถึงเลย คือเผื่อไว้เป็นประวัติทางการเงินในระบบ บางทีอนาคตหากต้องกู้เงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อบ้านหรือซื้อรถ คนที่ไม่มีประวัติเครดิตเลย ทางธนาคารก็ไม่รู้จะพิจารณาตรงไหน อาจยากกว่าคนที่เคยมีประวัติการใช้บัตรเครดิต แต่ก็ต้องเป็นประวัติที่ดีด้วยนะ จ่ายตรงเวลา อันนี้เป็นความเห็นที่น่าสนใจมาก อีกท่านก็เหมือนจะเข้ามาขอบคุณที่ไม่ได้หักบัตรเครดิตทิ้งไปตั้งแต่ตอนแรก เนื่องจากถึงเวลามีคนเจ็บไข้ต้องรักษาในโรงพยาบาล ก็ได้วงเงินในบัตรเครดิตนี่ล่ะรูดไปก่อน ค่อยเก็บเงินมาโปะคืนทีหลังให้จบ ภายใน 2 เดือน ไม่อย่างนั้นตอนนั้นก็ยังมองไม่เห็นว่าจะไปหามาจากไหน
จะเห็นว่าข้อดีของบัตรเครดิตก็มีมาก หากเรารู้จักใช้ มีวินัย มองบัตรเครดิตเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้จ่ายเงินแทนเงินสดเท่านั้น เมื่อรูดไปก็รีบนำเงินสดไปชำระคืน การเริ่มมีบัตรก็เหมือนการก้าวขาเข้าไปมีโอกาสที่จะเป็นหนี้ ให้เราใช้ประโยชน์จากบัตรเครดิต ใช้วงเงิน ใช้เครดิต ใช้คะแนนสะสม ใช้เพื่อความสะดวกบนพื้นฐานความจำเป็นไม่ใช่ฟุ่มเฟือย อย่าให้บัตรเครดิตมาใช้เรา เพียงแค่นี้ บัตรเครดิตก็ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว กลับกลายเป็นเครื่องมือที่จำเป็นสามารถอำนวยความสะดวกและสร้างผลประโยชน์ให้กับเราได้มากมาย