บ้านประชารัฐทะลุเป้า ปิดจอง 31 ส.ค.59 ประกาศชื่อผู้มีสิทธิ 15 ต.ค.นี้

บ้านประชารัฐทะลุเป้า ปิดจอง 31 ส.ค.59 ประกาศชื่อผู้มีสิทธิ 15 ต.ค.นี้

บ้านประชารัฐทะลุเป้า ปิดจอง 31 ส.ค.59 ประกาศชื่อผู้มีสิทธิ 15 ต.ค.นี้

ธนารักษ์ ปิดการจองบ้านในโครงการ บ้านธนารักษ์ประชารัฐ 31 ส.ค. 59 นี้ เร่งตรวจคุณสมบัติ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ 15 ต.ค. 59 ย้ำผู้มีสิทธิต้องติดต่อตามเวลาที่กำหนดหากเลยวันถูกตัดสิทธิทันที

รายงานข่าวข่าวเปิดเผยว่า ภายหลังจากกรมธนารักษ์ได้เปิดให้ข้าราชการและประชาชนผู้มีรายได้น้อย จองบ้านในโครงการ บ้านธนารักษ์ประชารัฐมาตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 59 ที่ผ่านมา มีผู้มาจองใช้สิทธิจนถึงปัจจุบันจำนวน 1,799 ราย ซึ่งเกิดกว่าเป้า 124.76 % ของหน่วยรับจองทั้งหมดของโครงการ โดยกรมธนารักษ์จะปิดการให้จองในวันที่ 31 ส.ค. 59 นี้

หลังจากนั้น จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้จองใช้สิทธิว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้หรือไม่ และจะประกาศรายชื่อ ในวันที่ 15 ต.ค. 59 หลังจากนั้นจะให้ผู้จองนำใบจองใช้สิทธิมาติดต่อกับกรมธนารักษ์ และ ธนาคารออมสิน แล้วแต่กรณี ตามวันเวลาที่ระบุไว้ในใบจองสิทธิ หากผู้จองใช้สิทธิไม่มาตามวันเวลาที่กำหนดจะถูกตัดสิทธิทันที

ทั้งนี้ในการดำเนินการหากมียอดของบ้านในโครงการเหลืออยู่จะประกาศให้คนที่สนใจมาจองใช้สิทธิได้ต่อไป
สำหรับรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ สามารถดูได้จากภาพด้านล่าง

เปิด 20 สาขาอาชีพ ที่ค่าแรงปรับขึ้นตามมาตรฐานฝีมือ 10 ส.ค.59 นี้

เปิด 20 สาขาอาชีพ ที่ค่าแรงปรับขึ้นตามมาตรฐานฝีมือ 10 ส.ค.59 นี้

เปิด 20 สาขาอาชีพ ที่ค่าแรงปรับขึ้นตามมาตรฐานฝีมือ 10 ส.ค.59 นี้

เปิดอัตราค่าจ้าง ตามมาตรฐานฝีมือ 20 สาขาอาชีพที่จะมีผลในวันที่ 10 ส.ค.2559 ซึ่งเป็นไปตามประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 5)

สำหรับอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมืออีก 20 สาขาอาชีพ นั้น ค่าจ้างต่อวันต้องเป็นเงินไม่น้อยกว่า ดังนี้

1 สาขาอาชีพพนักงานประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่าง ระดับ 1 วันละ 360 บาท และระดับ 2 วันละ 430 บาท

2 สาขาอาชีพพนักงานประกอบมอเตอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ระดับ 1 วันละ 370 บาท และระดับ 2 วันละ 445 บาท

3 สาขาอาชีพช่างเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกลสำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ระดับ 1 วันละ 410 บาท และระดับ 2 วันละ 490 บาท

4 สาขาอาชีพช่างเทคนิคระบบรักษาความปลอดภัย ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท

5 สาขาอาชีพช่างกลึงสำหรับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท

6 สาขาอาชีพช่างเชื่อมมิก-แม็กสำหรับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท

7 สาขาอาชีพช่างเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกลสำหรับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท

8 สาขาอาชีพช่างเทคนิคเครื่องกลึงอัตโนมัติสำหรับอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท

9 สาขาอาชีพช่างเทคนิคพ่นสีตัวถังสำหรับอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท

10 สาขาอาชีพช่างเทคนิคพ่นซีลเลอร์ตัวถังสำหรับอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท

11 สาขาอาชีพพนักงานประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยานยนต์ (ขั้นสุดท้าย) ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท

12 สาขาอาชีพช่างเทคนิคเชื่อมสปอตตัวถังสำหรับอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ ระดับ 1 วันละ 400 บาท และระดับ 2 วันละ 480 บาท,

13 สาขาอาชีพช่างเจียระไนพลอย ระดับ 1 วันละ 420 บาท และระดับ 2 วันละ 550 บาท

14 สาขาอาชีพช่างหล่อเครื่องประดับ ระดับ 1 วันละ 420 บาท และระดับ 2 วันละ 550 บาท

15 สาขาอาชีพช่างตกแต่งเครื่องประดับ ระดับ 1 วันละ 420 บาท และระดับ 2 วันละ 550 บาท

16 สาขาอาชีพช่างฝังอัญมณีบนเครื่องประดับ ระดับ 1 วันละ 420 บาท และระดับ 2 วันละ 550 บาท

17 สาขาอาชีพนักบริหารการขนส่งสินค้าทางถนน ระดับ 1 วันละ 415 บาท และระดับ 2 วันละ 500 บาท

18 สาขาอาชีพผู้ควบคุมรถยกสินค้าขนาดไม่เกิน 10 ตัน ระดับ 1 วันละ 360 บาท และระดับ 2 วันละ 430 บาท

19 สาขาอาชีพผู้ควบคุมสินค้าคงคลัง ระดับ 1 วันละ 350 บาท และระดับ 2 วันละ 420 บาท

20 สาขาอาชีพผู้ปฏิบัติการคลังสินค้า ระดับ 1 วันละ 340 บาท และระดับ 2 วันละ 410 บาท

ราคาประเมินที่ดิน 77 จังหวัด (รอบปี 2559 – 2562 )

ราคาประเมินที่ดิน 77 จังหวัด (รอบปี 2559 – 2562 )

ราคาประเมินที่ดิน 77 จังหวัด (รอบปี 2559 – 2562 )

โดยปกติแล้ว ราคาประเมินที่ดิน จะถูกปรับเปลี่ยนรอบทุก 3 ปี แนวโน้มการปรับตัวของราคาที่ดินย่อมขึ้นอยู่กับศักยภาพเป็นสำคัญแต่ละพื้นที่ แม้บางจังหวัดจะมีภาพรวมการปรับเปลี่ยนราคาประเมินที่ดินค่อนข้างสูงจากรอบปีก่อน แต่ก็ไม่ได้แสดงว่า ที่ดินจะมีราคาสูงแพงกว่าจังหวัดอื่นเสมอไป TerraBKK Research พบข้อมูลสถิติเกี่ยวกับราคาประมินทุนที่ดินรอบใหม่ ปี 2559 -2562 เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สนใจ ดังนี้

จากข้อมูลสถิติ การเปลี่ยนแปลงของ ราคาประเมินที่ดิน รอบบัญชีปี พ.ศ.2559 – 2562 ทุกจังหวัดทั่วประเทศจาก กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง TerraBKK Research พบว่า การเปลี่ยนแปลงราคาประเมินทุนทรัพย์ ในรอบใหม่นี้ ที่ดินทั่วประเทศเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 27.72% โดย 3 จังหวัดแรกที่มีระดับราคาประเมินที่ดินสูงสุดของประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพ 1,000,000 บาท/ตารางวา (ถนนสีลม) , สงขลา 400,000 บาท/ตารางวา (ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 อ.หาดใหญ่) และ เชียงใหม่ 250,000 บาท/ตารางวา (ถนนท่าแพ,ถนนวิชยานนท์,ถนนช้างคลาน ทิศเหนือถนนศรีดอนไชย)

หากมอง ภาครวมระดับภูมิภาค จะพบค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดิน ดังนี้

กรุงเทพ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15.78%

ปริมณฑลของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 18.97%

ภาคกลาง เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 22.79%

ภาคเหนือ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 37.31%

ภาคตะวันออก เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 22.98%

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 33.50%

ภาคใต้ เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 21.04%

ภาคตะวันตก เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 39.59%

TerraBKK Research จัดทำ แผนภาพราคาประเมินที่ดิน 77 จังหวัดทั่วไทย ไล่ระดับสีตามระดับการเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดิน รายละเอียดดังนี้

TerraBKK Research จัดทำ ตารางข้อมูลรายจังหวัด ประกอบด้วย ราคาต่ำสุด , ราคาสูงสุด , บริเวณราคาสูงสุด และ การเปลี่ยนแปลงราคาประเมินที่ดินเฉลี่ยทั้งจังหวัด รายละเอียดดังนี้

กรมการค้าภายในยืนยันยังไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลม

กรมการค้าภายในยืนยันยังไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลม

กรมการค้าภายในยืนยันยังไม่ปรับขึ้นราคาน้ำอัดลม

   กรมการค้าภายใน ระบุยังไม่มีการอนุมัติให้มีการปรับขึ้นราคาเครื่องดื่ม หลังมีกระแสข่าวพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กรมสรรพสามิตยืนยันยังไม่ขึ้นภาษี

จากกรณีที่มีกระแสข่าวผู้ผลิตน้ำอัดลมแจ้งร้านค้าปรับขึ้นราคาจำหน่ายอีก 2 บาท ทั้งขวดแก้วและขวดกระป๋องจากเดิม 10 บาทเป็น 12 บาท โดยอ้างว่าน้ำตาลแพงขึ้นนั้น น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมลักษณ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำอัดลมแต่อย่างใด โดยบริษัทผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่ 3 รายที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด ยืนยันยังไม่มีการปรับขึ้นราคาและยังส่งสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่วยในราคาเดิม

อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุอีกว่า แม้ราคาน้ำตาลจะสูงขึ้นจากปัญหาภัยแล้ง แต่ยังไม่กระทบต้นทุนผู้ประกอบการมากนัก จึงไม่มีเหตุผลให้ต้องปรับขึ้นราคา แต่หากมีความจำเป็นหรือต้นทุนสูงจนไม่สามารถแบกรับภาระได้จนทำให้ต้องปรับราคาน้ำอัดลมก็จะต้องยื่นเสนอราคาที่ขอปรับเพื่อพิจารณาไม่น้อยกว่า 15 วัน ทั้งนี้หากผู้บริโภคพบเห็นว่ามีการฉวยโอกาสขึ้นราคา สามารถแจ้งมาที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายในจะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทันที

ขณะที่นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำอัดลม จึงไม่สามารถนำข้ออ้างดังกล่าวมาขึ้นราคาได้ ประกอบกับนโนบายการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงยังอยู่ระหว่างการศึกษาผลดีผลเสีย ให้รอบด้านและยังไม่ได้นำนโยบายนี้มาใช้ในเร็วๆนี้ จึงไม่มีเหตุผลให้ผู้ผลิตนำข้ออ้างดังกล่าวมาปรับขึ้นราคาขายปลีก

สำหรับน้ำอัดลม เป็นหนึ่งในสินค้าที่อยู่ในบัญชีติดตามดูแลของกรมการค้าภายในจำนวน 205 รายการ โดยปัจจุบันถูกกำหนดอยู่ในบัญชี Watch List (WL) ซึ่งเป็นบัญชีต่ำสุดในการติดตามดูแลภาวะราคาสินค้า โดยจะดำเนินการเพียงแค่ติดตามและตรวจสอบสถานการณ์เป็นประจำทุก 15 วันและตรวจสอบไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค

หวั่นนโยบาย”อุตสาหกรรม 4.0″ ทำคนตกงานพุ่ง เสนอยกเลิกจ้างเหมาจ่าย

หวั่นนโยบาย"อุตสาหกรรม 4.0" ทำคนตกงานพุ่ง เสนอยกเลิกจ้างเหมาจ่าย

หวั่นนโยบาย”อุตสาหกรรม 4.0″ ทำคนตกงานพุ่ง เสนอยกเลิกจ้างเหมาจ่าย

เครือข่ายผู้ใช้แรงงานห่วง “อุตสากรรม 4.0” ทำคนตกงานเพียบ เรียกร้องยกเลิกจ้างเหมาจ่าย หามาตรการรองรับผลกระทบการเลิกจ้างแรงงาน หลังจากบริษัทโตโยต้าเลิกจ้างพนักงาน ชี้ที่ผ่านมากฎหมายไม่ได้แยกสิทธิลูกจ้างประจำ-ชั่วคราว

การปลดลูกจ้างเหมาค่าแรงประมาณ 900 คน ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมาย และเงินเพิ่มพิเศษให้กับลูกจ้างที่เข้าร่วมโครงการ “จากกันด้วยใจ” โดยอ้างเหตุผลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อการส่งออก

นายวิสุทธิ์ เรืองฤทธิ์ รองประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเรื่องผิดปกติและอาจหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินชดเชยให้กับลูกจ้าง หากการปลดเกิดจากผลกระทบอุตสาหกรรม 4.0 ที่นำเทคโนโลยีมาทดแทนคน

ศ.พิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การเลิกจ้างของนายจ้างไม่ผิดกฎหมาย แต่ควรให้ความยุติธรรมทั้งทางกฎหมายและสังคม กรณีดังกล่าวเห็นว่าบริษัทแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อไม่ให้ลูกจ้างดำเนินการฟ้องร้องนายจ้าง ทั้งที่การเลิกจ้างจากภาวะเศรษฐกิจ ต้องเกิดขึ้นทุกระดับของนายจ้างและลูกจ้าง

เครือข่ายผู้ใช้แรงงานยังตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทดังกล่าวติดอันดับ 2 ของประเทศที่มีรายได้สูงสุดกว่า 400,000 ล้านบาท และผลกำไรสูงสุดเป็นอันดับ 4 มากเกือบ 30,000 ล้านบาท จึงไม่สอดคล้องกับเหตุผลภาวะเศรษฐกิจ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลยกเลิกการจ้างงานเหมาค่าแรงทุกรูปแบบในทุกกระบวนการผลิต และหามาตรการรองรับผลกระทบการเลิกจ้างแรงงานจากอุตสาหกรรม 4.0 เพราะที่ผ่านมากฎหมาย ไม่ได้แยกสิทธิของลูกจ้างประจำกับลูกจ้างเหมาค่าแรงอย่างชัดเจน

บัญชีกลางแจง ขรก.ไม่ลงทะเบียน พร้อมเพย์ ยังได้รับเงินเหมือนเดิม

บัญชีกลางแจง ขรก.ไม่ลงทะเบียน พร้อมเพย์ ยังได้รับเงินเหมือนเดิม

บัญชีกลางแจง ขรก.ไม่ลงทะเบียน พร้อมเพย์ ยังได้รับเงินเหมือนเดิม

เฟซบุ๊กกรมบัญชีกลาง ได้ลงภาพเพื่อชี้แจงกรณีเกิดข่าวลือ ว่า ข้าราชการ ลูกจ้างผู้รับบำนาญ หากไม่ลงทะเบียน พร้อมเพย์(PromptPay)  จะไม่ได้รับเงินจากทางราชการ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 เป็นต้นไป นั้นไม่เป็นความจริง

โดยทางกรมบัญชีกลางชี้แจงว่า ทุกคนยังได้รับสิทธิตามเดิม แต่หากไปลงทะเบียนจะประหยัดค่าธรรมเนียมการโอนได้มากตั้งแต่ 15 ก.ค.เป็นต้นไป

ตารางคำนวณแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ ที่ไม่หักลดหย่อน จะเสียภาษีเท่าไหร่? ห้ามพลาด!!

ตารางคำนวณแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ ที่ไม่หักลดหย่อน จะเสียภาษีเท่าไหร่? ห้ามพลาด!!

ตารางคำนวณแสดงรายการเสียภาษีเงินได้ ที่ไม่หักลดหย่อน จะเสียภาษีเท่าไหร่? ห้ามพลาด!!

  หลังจากที่พวกเราทราบข่าวดีของ การปรับโครงสร้างของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2560 กันไปแล้วโดยสามารถหักค่าใช้จ่ายเพิ่มได้ 100,000 บาท และใครที่มีเงินเดือนไม่ถึง 26,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีนั่นเอง ครับ ซึ่งทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ จะได้มีเงินใช้จ่ายมากขึ้น หรือ เก็บออมกันมากขึ้นนั่นเองครับ

ถ้าจะพูดถึง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ การเสียภาษี ที่เราๆเรียกกันนั่นแหละครับ ซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่าใครมีหน้าที่ต้องเสียบ้าง ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่ ผู้ที่มีเงินได้เกิดขึ้นระหว่างปีที่ผ่านมาโดยมีสถานะ อย่างหนึ่งอย่างใด เช่น บุคคลธรรมดา, ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล, ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี, กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง และ วิสาหกิจชุมชน ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน นั่นเองครับ
การปรับโครงสร้างของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2560 มีอะไรใหม่ๆ ที่เปลี่ยนไปบ้าง ?

เพื่อนๆพอทราบกันแล้วใช้ไหมครับว่า การปรับโครงสร้างของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 60 นี้ มีจุดเด่นๆก็ตรงที่ ใครที่มีเงินเดือนไม่ถึง 26,000 บาทนั้น ไม่ต้องเสียภาษี แต่ยังมีค่าลดหย่อนใหม่ กับ โครงสร้างการการจัดเก็บภาษีที่เปลี่ยนแปลงไปครับ เรามาเริ่มกันที่ ค่าลดหย่อนใหม่กันเลยเลยครับ ซึ่งจะมีอะไรแตกต่างจากเดิมบ้าง พวกเราไปดูกันเลครับ

– สำหรับผู้มีเงินได้ส่วนบุคคลจากเดิม 30,000 บาท เพิ่มเป็น 60,000 บาทต่อปีครับ
– สำหรับคู่สมรสจากเดิม 30,000 บาท เพิ่มเป็น 60,000 บาทนั่นเองครับ
– สำหรับค่าลดหย่อนจากการมีบุตร จากเดิมลดหย่อนบุตรคนละ 15,000 บาท ไม่เกิน 3 คนนั้น จะเพิ่มเป็นหักลดหย่อนได้ 30,000 บาท ซึ่งไม่จำกัดจำนวนบุตรครับ อีกทั้งยังยกเลิกค่าลดหย่อนการศึกษาบุตรด้วยครับ

– สำหรับคู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ไม่เกิน 120,000 บาท
– สำหรับกองมรดก จากเดิม 30,000 บาท ปรับเป็น 60,000 บาทครับ
– สำหรับห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล จากเดิมหุ้นส่วนคนละ 30,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 60,000 บาท ปรับเป็นให้หักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน 120,000 บาทครับ

จากการเปลี่ยนแปลงเรื่อง ค่าลดหย่อนใหม่ นั้น มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีเลยล่ะครับ สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีใหม่นี้ถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆเลยครับ ต่อไปเราไปดูกันดีกว่าว่า โครงสร้างการการจัดเก็บภาษีแบบใหม่นั้นจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง พวกเราไปดูกันเลยครับ
– สำหรับเพื่อนๆที่รายได้ไม่ถึง 150,000 บาท ต่อปี จะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี

– สำหรับเพื่อนๆที่มีรายได้ 150,001-300,000 บาท ต่อปี จะต้องเสียภาษี 5%

– สำหรับเพื่อนๆที่มีรายได้ 300,0001-500,000 บาท ต่อปี จะต้องเสียภาษี 10%

– สำหรับเพื่อนๆที่มีรายได้ 500,001-750,000 บาท ต่อปี จะต้องเสียภาษี 15%

– สำหรับเพื่อนๆที่มีรายได้ 750,001-1,000,000 บาท ต่อปี จะต้องเสียภาษี 20%

– สำหรับเพื่อนๆที่มีรายได้ 1,000,001-2,000,000 บาท ต่อปี จะต้องเสียภาษี 25%

– สำหรับเพื่อนๆที่มีรายได้ 2,000,001-5,000,000 บาท ต่อปี จะต้องเสียภาษี 30%

– สำหรับเพื่อนๆที่มีรายได้ 5,000,001 บาทขึ้นไป ต่อปี จะต้องเสียภาษี 35%

ซึ่งสำหรับเพื่อนๆที่จะต้องเสียภาษี โดยไม่หักค่าลดหย่อนอะไรเลยจะต้องจ่ายเท่าไหร่บ้าง ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะพวกเราทีมงาน Moneyhub ได้สรุปรายจ่าย สำหรับพนักงานหรือผู้ที่เงินเดือนรายได้อื่นๆ ตรงตามเงื่อนไขที่จะต้องเสียภาษีในปี 2560 ครับ ซึ่งการที่เราต้องเสียภาษีนั้นจะต้องจ่ายเท่าไหร่ พวกเราได้คำนวณไว้ให้คร่าวๆกันแล้วครับ ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น สำหรับเพื่อนๆที่ไม่หักลดหย่อนอะไรเลย จะได้เสียภาษีตามข้อมูลในตารางครับ

จากตารางข้างต้น แสดงให้เห็นการคำนวณการเสียภาษีคร่าวๆของเพื่อนๆที่ไม่หักลดหย่อนอะไรเลยครับ ส่วนเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2560 นี้เกิดผลดีกับเพื่อนๆอย่างแน่นอนครับ เรื่องเด่นๆก็คือ ใครที่มีเงินเดือนไม่ถึง 26,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีนั่นเองแหละครับ ส่วนเพื่อนๆที่เงินเดือนตามเงื่อนไขที่จะต้องเสีย ก็ต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับประเทศเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ ในส่วนต่างๆนั่นเองครับ อีกทั้งการลดหย่อนแบบนี้ทำให้เพื่อนๆที่มีภาระได้เบาใจขึ้น มีเงินเก็บมากขึ้น เงินใช้จ่ายต่างๆมากขึ้น เพื่อใช้จ่ายสำหรับครอบครัวของเราด้วยแล้วการมีเงินสำรองต่างๆ รายจ่ายน้อยลงก็ถือว่าดีมากๆเลยล่ะครับ

คลัง เปิดให้คนจน ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการ เริ่ม 15 ก.ค.59 นี้

คลัง เปิดให้คนจน ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการ เริ่ม 15 ก.ค.59 นี้

คลัง เปิดให้คนจน ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการ เริ่ม 15 ก.ค.59 นี้

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เนื่องจากปัจจุบันภาครัฐใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อสนับสนุนสวัสดิการสังคมช่วยเหลือประชาชนตลอดช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการสำหรับเด็กและครอบครัว สวัสดิการด้านการศึกษา สวัสดิการด้านสุขภาพอนามัย สวัสดิการคนพิการ สวัสดิการผู้ด้อยโอกาส และสวัสดิการผู้สูงอายุ เป็นต้น

อีกทั้งยังมีการให้เงินช่วยเหลืออื่น ๆ ตามนโยบายในแต่ละรัฐบาล อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาการจัดสวัสดิการสังคมและการให้เงินช่วยเหลือของภาครัฐยังมีข้อจำกัด โดยภาครัฐไม่สามารถกำหนดนโยบายการให้เงินช่วยเหลือต่างๆ ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการกำหนดนโยบายกระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง และขาดข้อมูลผู้มีรายได้น้อยเป็นรายบุคคลที่บูรณาการข้ามหน่วยงาน

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 มีมติเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละโครงการเร่งดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ และกระทรวงการคลังได้รับมอบหมายให้พิจารณาดำเนินการโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมในโครงการ e-Payment ภาครัฐ


การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559 จึงได้มีมติรับทราบโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน

ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

1) ว่างงานหรือมีรายได้ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นในแต่ละปีปฏิทินไม่เกิน 100,000 บาท และเป็นรูปแบบสมัครใจ (Voluntary Basis) โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องยินยอมเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รายได้ การถือครองทรัพย์สินของตน เจ้าหนี้และจำนวนหนี้สินที่คงค้าง เป็นต้น เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลสำหรับนำไปใช้ในการจัดทำสวัสดิการของรัฐ

2) มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมีสัญชาติไทย

2. กลไกการดำเนินการ

1) ลงทะเบียน ณ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2559 สำหรับปีต่อๆ ไปให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 30 กันยายน ของแต่ละปี

2) สถาบันการเงินตามข้อ 1) จัดเก็บเอกสารแล้วส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ไปยังกรมสรรพากรเพื่อจัดเก็บข้อมูลและทำการตรวจสอบความถูกต้องในภายหลัง (Post Audit)

3) กรมสรรพากรเชื่อมโยงข้อมูลไปยังฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร สำนักทะเบียนกลาง

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อประมวลข้อมูลผู้มีรายได้น้อย นำไปบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคมแล้วนำไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมภายใต้โครงการ e-Payment ภาครัฐในระยะต่อไป

3. ประโยชน์ที่จะได้รับ

ช่วยทำให้รัฐบาลมีฐานข้อมูลของผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากการลงทะเบียนจะต้องแสดงข้อมูลรายได้ ทรัพย์สิน และการเป็นหนี้สิน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้รัฐบาลทราบข้อมูลและสามารถนำไปกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

แม้น้อยนิด แต่ดอกเบี้ยเงินฝากก็เสียภาษี!

แม้น้อยนิด แต่ดอกเบี้ยเงินฝากก็เสียภาษี!

แม้น้อยนิด แต่ดอกเบี้ยเงินฝากก็เสียภาษี!

รู้หรือไม่ดอกเบี้ยเงินฝากต้องเสียภาษีด้วย แต่แบบไม่ต้องเสียภาษีก็มี แต่ส่วนใหญ่จะเสียภาษี ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของเงินฝาก เช่น ดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ถ้าไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ไม่เสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย แต่ถ้าตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป ธนาคารจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ในกรณีที่รายได้ทั้งปี ไม่เกิน 590,000 บาท ฐานภาษี 10% สามารถยื่นแบบ ภงด. 90 เงินได้ประเภท 40(4) สามารถขอภาษีคืนได้

แต่ถ้าใครฐานภาษี 20% ก็ไม่ต้องนำมารวมยื่นก็ได้ถือเป็น Final Tax แต่ถ้านำมายื่นรวมจะต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 5% หรือจะเป็น ดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากประจำ หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทุกกรณี ดังนั้นถ้าใครรายได้ต่อปีไม่เกิน 590,000 บาท สามารถยื่นแบบ ภงด.90 เพื่อขอภาษีคืนได้เช่นกัน ถ้าฐานภาษี 10% ก็ได้คืน 5% แต่ถ้าฐานภาษี 0% ก็ได้คืนทั้งจำนวน

อย่างไรก็ตามใช่ว่าดอกเบี้ยเงินฝากจะเสียภาษีไปหมด มีดอกเบี้ยเงินฝากทวีทรัพย์ที่ฝากเท่ากันทุกๆ เดือน เป็นเวลา 24 เดือน โดยฝากระหว่าง 1,000 -25,000 บาทต่อเดือน จะได้รับการยกเว้นภาษี

by Passavee Thitiphonwattanakul

“ทรรศพลฐ์” ขายหุ้น AAV เกือบหมด ให้กลุ่มคิงเพาเวอร์

“ทรรศพลฐ์” ขายหุ้น AAV เกือบหมด ให้กลุ่มคิงเพาเวอร์

“ทรรศพลฐ์” ขายหุ้น AAV เกือบหมด ให้กลุ่มคิงเพาเวอร์

ไทยแอร์เอเชีย แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วว่า นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ขายหุ้นที่ถืออยู่เกือบทั้งหมด ให้กับกลุ่มคิงเพาเวอร์ หลังจากที่ปฏิเสธข่าวมาหลายครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธรรศพลฐ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่ง และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่า ได้ขายหุ้น AAV รวม 1.89 พันล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 4.20 บาทต่อหุ้น ให้กับนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ และเจ้าของทีมเลสเตอร์ ซิตี้

สำหรับ AAV เป็นโฮลดิ้งคอมปะนี ถือหุ้นใหญ่ ไทยแอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดใหญ่สุดของไทย โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ AAV ก่อนการขายหุ้น มีกลุ่มนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ถือหุ้นรวมกันในสัดส่วนราว 44% แต่หลังขายหุ้นแล้ว กลุ่มนายธรรศพลฐ์ สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือ 5% ขณะที่กลุ่มนายวิชัย และครอบครัว ถือหุ้นรวมกันประมาณ 39% ซึ่งการขายหุ้น AAV ครั้งนี้ มีมูลค่ารวม 7.94 พันล้านบาท โดยบริษัทระบุด้วยว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารแต่อย่างใด นอกจากนี้ กลุ่มนายวิชัย ยังจะทำคำเสนอซื้อหุ้น หรือเทนเดอร์ออฟเฟอร์หุ้น AAV จากผู้ถือหุ้นทั่วไปด้วย

ก่อนหน้านี้ ปรากฏข่าวเรื่องการขายหุ้นของ AAV มาโดยตลอด ซึ่งบริษัทก็ได้ปฏิเสธข่าวมายังตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึง 3 ครั้ง โดยยืนยันวา ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ด้านนายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ จากบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาขายหุ้น AAV ที่ 4.20 บาท ต่ำกว่าราคาตลาดถึง 30% ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยเห็นการตกลงซื้อขายในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดแบบนี้ ดังนั้นในระยะสั้น อาจสร้างแรงกดดันให้ราคาหุ้นในวันนื้ อาจปรับตัวลงแรง และผันผวนมาก อย่างไรก็ตาม คงต้องดูว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาแล้ว จะช่วยเกื้อหนุนธุรกิจของสายการบินไทยแอร์เอเชียอย่างไร

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา นักวิคราะห์ จาก บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง มองว่า ราคาหุ้น AAV วันนี้ น่าจะผันผวนขาลง แต่อาจไม่รุนแรงมาก และเป็นผลกระทบระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น และมีการเก็งกำไรล่วงหน้ามาก่อนแล้ว มองว่าช่วงนี้นักลงทุนจะให้ความสนใจว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่จะเข้ามาสร้างประโยชน์ให้สายการบินไทยแอร์เอเชียมากน้อยเพียงใด

นายปริญญ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ ระบุว่า การที่กลุ่มนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ซึ่งเป็นเจ้าของคิงเพาเวอร์ คงไม่ทำให้โครงสร้างการบริหารเปลี่ยนแปลง เนื่องจากไม่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจการบิน แต่จะเป็นผลบวกในระยาวให้กับสายการบินไทยแอร์เอเชีย โดยมองว่าจะช่วยสร้างรายได้เพิ่ม นอกเหนือจากธุรกิจการบิน โดยเฉพาะธุรกิจจำหน่ายสินค้าบนเครื่องบิน และอาจมีแผนขยายฐานไปธุรกิจอื่นๆ ในอนาคต สำหรับแนวโน้มราคาหุ้น AAV วันนี้ อาจปรับตัวลง แต่ไม่น่าแรง