ล้วงลึกการเงินของคน GEN-Y

ล้วงลึกการเงินของคน GEN-Y

ล้วงลึกการเงินของคน GEN-Y

เดี๋ยวนี้คำว่าคน GEN-Y เป็นที่คุ้นหู และดูคุ้นเคยสำหรับใครหลายๆคน นักวิชาการหลายท่านก็ออกมาบอกพฤติกรรมและแนวความคิดของคน GEN-Y ว่ามีวิธีการใช้ชีวิต การตัดสินใจในเรื่องต่างๆอย่างไร แล้วเรื่องการเงินล่ะ คน GEN-Y มีวิธีจัดการการเงินอย่างไร วันนี้เรามีข้อมูลของคน GEN-Y มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
ลักษณะของคน GEN-Y เป็นอย่างไร

ลักษณะของคน Gen-Y นั้นเรียกได้ว่าเป็นลักษณะเฉพาะของคน GEN นี้เลยทีเดียว เริ่มจากการมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ชอบทำอะไรในกรอบ เกลียดการถูกบังคับ มีความคิดเป็นของตัวเอง รักอิสระ และชอบเทคโนโลยี ซึ่งช่วงวัยในปัจจุบันคนกลุ่มนี้คืออยู่ในช่วงวัยทำงานและวัยเรียน ซึ่งในวัยทำงานคน GEN-Y กลายเป็นประเด็นหลายๆด้านเช่น สไตล์การทำงานที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ไฟพุ่งพล่าน ต้องการความสำเร็จแต่ขาดประสบการณ์ และมักไม่ฟังคำแนะนำของคนรุ่นก่อน ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารเป็นดั่งลมหายใจ ใจร้อน และมักมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง

ด้วยไลฟ์สไตล์แบบนี้ คน Gen-Y จึงถูกมองว่าเป็นวัยที่จ่ายตามใจตัวเอง มักมีปัญหาหนี้สินที่เกิดจากความต้องการ แต่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้คน GEN-Y มีการแสดงออกทางสังคมแบบนี้มาจาก คน Gen-Y เกิดมาในช่วงปี พ.ศ. 2523 -2540 มีอายุ 18 ถึง 35 ปี มาพร้อมกับยุคที่เศรษฐกิจกำลังกลับมาเฟื่องฟูและเกิดมาในครอบครัวที่มีพร้อมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกลุ่มคน GEN ไหนๆ มาก่อน คนกลุ่มนี้จึงถูกมองว่าเป็นพวกวัตถุนิยมไปโดยปริยาย เพราะนิสัยและค่านิยมของคนกลุ่มนี้จะแตกต่างกับคนรุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ เพราะเกิดมาในยุคที่มีความเจริญของเทคโนโลยี-อินเทอร์เน็ตเข้ามาอยู่ในการดำรงชีวิตประจำวัน
คน GEN-Y มองการเงินอย่างไร

อย่างที่อธิบายลักษณะของคน GEN-Y ไปจะเห็นได้ว่าคน GEN-Y มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่น หลายอย่างนั้นคือ การใช้เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตอย่าง Social Media เป็นแขนขาเป็นอวัยวะอย่างหนึ่งของชีวิต ทำให้มีลักษณะการใช้ชีวิตที่คล่องตัวสูง รักอิสระ ใช้เงินเก่ง แต่ก็มีทัศนคติที่ต้องการสร้างความมั่นคงให้รวยได้เร็วที่สุด และเป็นคนช่างเลือกมีมาตรฐานสูง ดังนั้น คน GEN Y ที่มีความรู้ในการลงทุนมักไม่ค่อยชอบเสี่ยง ไม่นิยมลงทุนทางการเงินที่มีความเสี่ยงสูง แต่เลือกที่จะเก็บเป็นเงินสดไว้มากกว่า
คน GEN-Y วางแผนการเงินอย่างไร

มีหลายๆคนเป็นกังวลกับการใช้ชีวิตของคน GEN-Y ว่าในวัยเกษียณของคน GEN-Y เขาจะใช้ชีวิตอย่างไร เพราะด้วยสไตล์การใช้ชีวิตของคน GEN-Y ทำให้หลายคนๆมองว่าเขาไม่คิดถึงอนาคต ไม่เก็บออม ชอบทำให้ตัวเองมีหนี้สิน มีชีวิตตามกระแส แต่จริงๆแล้วคน GEN-Y เป็นคนที่อยู่กับเทคโนโลยี ความสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ได้ดี ด้วยความกระตือรือร้นรวมทั้งพลังที่มีอย่างเต็มเปี่ยม จึงทำให้คน GEN-Y เหมาะกับความสร้างสรรค์ และคน GEN-Y ก็มองถึงอนาคตของตัวเอง จะเห็นได้ว่าคน GEN-Y อยากที่จะมีอิสระทางการเงินด้วยการทำธุรกิจเป็นของนั่นเอง นั่นการันตีได้ว่าเขามีการวางแผนทางการเงินเสมอ เพียงแต่ว่าด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตจึงทำให้พวกเขารอบคอบในการใช้เงินสักหน่อยนั่นเอง
การเงินที่เหมาะกับคน GEN-Y

1. ควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนด้วยการทำบันทึกรายรับรายจ่ายบนสมาร์ทโฟน โดย Application ต่างๆ เพื่อทำให้เรารู้สถานะทางการเงินของตนเองได้ทุกที่ทุกเวลา

2. วางแผนในการเคลียร์หนี้สินให้หมดสิ้นตั้งแต่วันที่เงินเดือนออก ทั้งค่าที่พัก ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่างวดรถ หนี้บัตรเครดิต

3. เมื่อจ่ายหนี้สินต่างๆหมดแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือแบ่งเงินออม เพื่อที่จะสามารถนำเงินที่เหลือไปใช้จ่ายอื่นๆได้ ทางที่ดีถ้าสามารถวางแผนการออมเงินได้ จะเป็นแรงจูงใจอย่างดี เรียกง่ายๆว่าการตั้งเป้าหมาย เมื่อมีเป้าหมายก็ต้องมีการวางแผนการใช้เงินที่ชัดเจนขึ้น การออมส่วนใหญ่ที่แนะนำเช่น การลงทุนหุ้น ตราสารต่างๆ การออมเงินสด การเข้าโครงการออมเพื่อวัยเกษียณ เป็นต้น ที่สำคัญคืออย่าเก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารเพียงอย่างเดียวเพราะดอกเบี้ยนั้นไม่คุ้มกับอัตราเงินเฟ้อ แต่ควรนำเงินส่วนหนึ่งไปทำให้งอกเงยผ่านการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมหุ้นบ้าง เพื่อเพิ่มผลตอบแทนได้เร็วขึ้น

4. การวางแผนภาษี เพราะต้องเสียภาษีทุกคน ดังนั้นการวางแผนทางการเงินจะทำให้เรารู้ว่าการลงทุนใดสามารถช่วยลดหย่อนภาษีได้บ้าง เช่น ความรู้ในการซื้อ LTF/RMF และประกันชีวิต ที่สามารถนำมาหักลดหย่อนเพิ่มเติมได้
หากคน GEN-Y ต้องการที่จะปลดแอกให้ชีวิตเข้าสู่อิสระทางการเงินของตัวเองแล้ว คงจะมองเห็นว่าการใช้ไฟ พลังงานความคิดสร้างสรรค์ ความกล้า แปลกและแตกต่างนั้นสร้างผลงานดีๆ ให้ตัวเองมีความมั่นคงและความมั่งคั่งทางการเงินจากงานที่ทำงานที่รักแล้ว การวางแผนทางการเงินจะช่วยให้คุณก้าวไปสู่จุดนั้นได้ง่ายมากขึ้น เพราะความมีวินัย ระเบียบ ในการใช้เงินที่ได้วางแผนไว้เป็นอย่างดี จะช่วยควบคุมการใช้ชีวิตของคน GEN-Y ให้มีสมดุลในชีวิตมากยิ่งขึ้นนั่นเอง แล้วเมื่อบวกกับเงินออมที่ลงทุนไปแล้ว อิสระในการใช้ชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เรียกได้ว่าความฝันที่จะมีอิสระที่แท้จริงอยู่ใกล้แค่เอื้อม เพียงเพิ่มคำว่า วินัย เท่านั้นนั่นเอง